วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

Login
Login

ก.ล.ต. ไฟเขียว Transition - Amber Bond ปูทางไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

ก.ล.ต. ไฟเขียว  Transition - Amber Bond ปูทางไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

นายเอนก อยู่ยืน  รองเลขาธิการ และในฐานะโฆษก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกำกับตลาดทุน เมื่อ 31 มี.ค.2569  มีมติเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักและตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)  เสนอในการปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการออกและเสนอขายตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Bond) และตราสารหนี้เพื่อกิจกรรมสีเหลืองตามมาตรฐาน Thailand Taxonomy (Thailand Amber Bond) สนับสนุนการระดมทุน เพื่อการเปลี่ยนผ่าน รวมถึงการปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อยกระดับการเปิดเผยข้อมูลของตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน

ทั้งนี้ แนวคิดออกหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการออกและเสนอขาย Transition Bond  สนับสนุนบริษัทที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงให้สามารถระดมทุนไปปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ขณะที่ Thailand Amber Bond เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ออกตราสารหนี้ ในการระดมทุนเพื่อลงทุนในโครงการเพื่อการเปลี่ยนผ่าน หรือกิจกรรมสีเหลือง (amber) ตามมาตรฐานนิยามและหมวดหมู่โครงการหรือกิจกรรมที่ยั่งยืนของประเทศไทย (Thailand Taxonomy) ซึ่งจะช่วยเอื้อให้เกิดผล (impact) เชิงบวก พร้อมส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและคำนึงถึงบริบทของประเทศไทย รวมทั้งยังเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ลงทุนในตลาดทุน โดยยังคงหลักการคุ้มครองผู้ลงทุนในระดับที่เหมาะสม 

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังมีแนวคิดปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อยกระดับการเปิดเผยข้อมูลของตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืนให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น สอดคล้องกันในทุกตราสาร เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน  

โดย ก.ล.ต. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้สนใจ และประชาชนเกี่ยวกับการออกหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าว ภายใน1-2 สัปดาห์นี้ ก่อนจะดำเนินการออกประกาศและคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้เกณฑ์อย่างเป็นทางการภายในไตรมาส 3 นี้  เพื่อผลักดันให้ตลาดตราสารหนี้ไทย เป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการนำพาเศรษฐกิจไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ทางด้านสนับสนุนความยั่งยืน  ก.ล.ต.ร่วมกับตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEXไม่) เตรียมจัดทำหลักเกณฑ์รองรับการซื้อขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอน เพื่อเป็นกลไกหลักในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ของประเทศภายในปี 2050

ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปในช่วงปี 2562 - 2569 ข้อมูลระบุว่า ตลาดตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีผู้ออกตราสารแล้วกว่า 48 ราย คิดเป็นมูลค่าการระดมทุนรวมสูงถึง 1.15 ล้านล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการระดมทุนในกลุ่ม "กรีนบอนด์" (Green Bond) สำหรับกิจการที่มีโมเดลธุรกิจเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำอย่างชัดเจน

แม้ที่ผ่านมาการออก Green Bond จะประสบความสำเร็จ แต่ในทางปฏิบัติยังมีหลายอุตสาหกรรม ที่เผชิญความท้าทายในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050  โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่ยังมีกระบวนการผลิตที่ยากต่อการปรับตัวให้สะอาดในทันที เช่น อุตสาหกรรมที่ยังต้องพึ่งพาพลังงานจากการเผาไหม้ หรืออุตสาหกรรมหนัก

ด้วยเหตุนี้ มองว่า Transition Bond และ Thailand Amber Bond  จะก้าวเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยปิดช่องว่างดังกล่าว เพื่อให้กิจการที่ยังไม่ "กรีน" 100% แต่มีแผนงานชัดเจนในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจได้

นายเอนก กล่าวว่า สำหรับความสำคัญของเกณฑ์ใหม่นี้ ผู้ออกตราสารต้องระบุวัตถุประสงค์การใช้เงิน (Use of Proceeds) อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ กลุ่มสายการบิน ต้องการการระดมทุนเพื่อเปลี่ยนเครื่องยนต์เครื่องบินเป็นระบบพลังงานสะอาด หรือการบริหารจัดการทรัพยากร โครงการซ่อมบำรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ หรือการลงทุนในเทคโนโลยีรีไซเคิล 

ทั้งนี้ การออกตราสารต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล และต้องผ่านการExternal Reviewหรือการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กลุ่มนักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ลงทุนรายใหญ่ (HNW) และผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (UHNW) ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านความยั่งยืนอย่างเข้มงวด