เตือนภัยวงการคริปโท อดีตผู้บริหารกองทุน Web3 ธนาคารยักษ์ของไทย ถูกแจ้งความกรณีใช้ดีลปลอมหลอกนักลงทุน ‘ไทย-สิงคโปร์-เวียดนาม-สหรัฐ‘ สูญเงินหลายล้านล้านบาท
กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการลงทุนเทคโนโลยี เมื่อเว็บไซต์ที่ชื่อว่า Scamura เอ่ยถึงโครงการลงทุนของ “นายกัมปนาท วิมลโนท” หรือที่รู้จักกันในชื่อ "จอม" อดีตผู้บริหารระดับสูงของกองทุนร่วมลงทุนด้าน Web3 และ AI ถูกกลุ่มนักลงทุนแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา “หลอกลวง” ผ่านข้อตกลงการลงทุนคริปโทปลอม โดยใช้ความน่าเชื่อถือทางวิชาชีพสร้างความเสียหายครอบคลุมหลายประเทศ
เปิดกลลวง ’หลอกลงทุน’ ใช้ความน่าเชื่อถือบังหน้า
จากรายงานของ Scamurai ระบุว่า นายกัมปนาท ซึ่งเคยมีประวัติการทำงานที่โดดเด่นและเป็นวิทยากรในงานระดับโลกอย่าง Singapore FinTech Festival 2024 ได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการเข้าถึงโครงการคริปโทชื่อดัง เช่น Monad, Babylon และ Linera มาเสนอขายสิทธิการจองซื้อโทเค็นล่วงหน้า (Token Allocation) ให้กับเพื่อนร่วมงานและคอนเนกชันส่วนตัว
นักลงทุนรายหนึ่งระบุว่า รูปแบบการหลอกลวงที่เกิดขึ้น คือ สัญญาที่ได้รับถูกทำขึ้นโดยดัดแปลงจากเอกสารจริงของบริษัทต้นสังกัดเดิม และเมื่อนักลงทุนติดต่อไปยังเจ้าของโครงการโดยตรง กลับได้รับคำยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือนายกัมปนาทไม่ได้มีการลงทุนจริงตามที่กล่าวอ้าง
เมื่อถึงกำหนดปลดล็อกเหรียญ หรือในการให้ผลตอบแทน นายกัมปนาทมักอ้างเหตุผลทางเทคนิคหรือสภาวะตลาด ก่อนจะขาดการติดต่อไปในช่วงเดือน พ.ย. 2025
เขาใช้ "ตำแหน่งหน้าที่การงาน" ของตนเองเป็นเครื่องมือสร้างความเชื่อใจ เพื่อชักชวนให้นักลงทุนเข้าร่วมลงทุนในโครงการบล็อกเชนระดับโลกแบบ "ส่วนตัว" ครอบคลุมนักลงทุนในไทย สิงคโปร์ เวียดนาม และสหรัฐอเมริกา
เมื่อนักลงทุนเริ่มสงสัยและติดต่อไปยังโครงการที่จอมอ้างถึง ซึ่งเว็บไซต์ได้มีการตรวจสอบไปทั้งหมด 19 โครงการ แต่ความจริงที่ปรากฏคือ Monad ยืนยันว่าเอกสารสัญญาที่เขานำมาแอบอ้างคือ "ของปลอม"
ส่วน Babylon ระบุว่า "ไม่เคยเกี่ยวข้องหรือรู้จัก" กับบุคคลนี้เลย และ Linera เผยว่าเขาแค่เคยแสดงความสนใจ แต่ "ไม่เคยมีการลงทุนจริง"
ด้านโครงการอื่นๆ ต่างปฏิเสธความเกี่ยวข้อง หรือบอกว่าเคยคุยกันแค่ผ่านๆ แต่ไม่เคยให้สิทธิ์การขายเหรียญแก่เขา
ตอนนี้พบผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 24 ราย มูลค่าความเสียหายมีตั้งแต่หลัก 20,000 ดอลลาร์ ประมาณ 7 แสนบาท ไปจนถึงมากกว่า 1,000,000 ดอลลาร์ หรือ ประมาณ 35 ล้านบาทต่อราย
เรื่องราวของ "สตีเวน" เจ้าของธุรกิจในแคลิฟอร์เนีย เล่าว่าสตีเวนส่งเงินงวดแรก 15,000 ดอลลาร์ โดยมีเอกสารประกอบที่ดูน่าเชื่อถือจนไม่มีจุดพิรุธ
เมื่อตายใจ เขาถูกเรียกเก็บค่าดำเนินการเพิ่ม และแม้กระทั่งค่าจิปาถะอย่าง "ขอยืมเงิน 2,400 ดอลลาร์" เพราะอ้างว่าเข้ากระเป๋าเงินตัวเองไม่ได้ขณะเดินทาง
ทันทีที่โอนเงินงวดสุดท้ายเสร็จ การติดต่อก็ถูกตัดขาด สตีเวนสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิตในโลกคริปโตไปกว่า 130,000 ดอลลาร์ ราว 4.5 ล้านบาท
พ้นสภาพใน KXVC
เว็บไซต์ระบุว่า นายกัมปนาทเคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการที่ KXVC ซึ่งเป็นกองทุน Web3 มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ ภายใต้เครือ ธนาคารกสิกรไทย อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเขาได้พ้นสภาพพนักงานตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025
ปัจจุบัน เว็บไซต์หลักของ KXVC ได้ขึ้นประกาศเตือนภัยบนหน้าแรก โดยระบุว่าบุคคลดังกล่าวไม่ได้ทำงานที่บริษัทแล้ว และเตือนนักลงทุนอย่าหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างชื่อบริษัทเพื่อขอให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว
ขณะนี้นักลงทุนหลายรายได้แจ้งความดำเนินคดีต่อตำรวจแล้ว ขณะที่ช่องทางการติดต่อสื่อสารของนายกัมปนาท ปิดทั้ง LinkedIn และ Telegram หรือไม่ได้รับการตอบสนอง พร้อมกับได้ลบข้อมูลการทำงานที่ KXVC ออกจากประวัติใน LinkedIn
นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวลือว่าเขาอาจเดินทางออกนอกประเทศไทยไปยังสหรัฐอเมริกา แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ
อ้างอิง Scamurai





