background-default

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

เปิดสถิติตลาดคริปโท ‘หมีรุนแรง’ Bitcoin มีโอกาสปรับฐานดิ่ง 70%

เปิดสถิติตลาดคริปโท  ‘หมีรุนแรง’ Bitcoin มีโอกาสปรับฐานดิ่ง 70%

บรรดานักลงทุนในตลาดตั้งคำถามว่าเสน่ห์ของ “บิตคอยน์”  ที่ถูกเปรียบเทียบว่าเป็น "ทองคำดิจิทัล" กำลังสลายไปในตอนนี้ เมื่อราคาดิ่งแรงแตะระดับต่ำสุดที่ 60,062.00 ดอลลาร์เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงกว่า  30% ในสัปดาห์เดียว และปรับตัวลดลง 52.41% จากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนต.ค.ปี 2568 ที่ระดับ 126,210 ดอลลาร์ 

เปิดสถิติตลาดคริปโท  ‘หมีรุนแรง’ Bitcoin มีโอกาสปรับฐานดิ่ง 70%

เรื่องนี้ ทำให้นักวิเคราะห์หลายสำนักออกมายืนยันว่า ตลาดคริปโตได้ก้าวเข้าสู่สภาวะ "ตลาดหมี" (Bear Market) ตามนิยามทางเทคนิคที่ร่วงลง 20% จากนิวไฮและกินระยะเวลานานต่อเนื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

‘เบสเซนต์’ เมินตลาดคริปโทฉุดราคาดิ่ง

ข้อมูลจาก CoinGecko แสดงให้เห็นว่าตลาดคริปโทสูญมูลค่าไป 2 ล้านล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ตลาดนิวไฮในช่วงต้นเดือนตุลาคม แตะจุดสูงสุดที่ 4.379 ล้านล้านดอลลาร์ และเดือนที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว มูลค่าตลาดหายไปถึง 8 แสนล้านดอลลาร์ 

สถานการณ์ในตลาดคริปโททวีความตึงเครียดขึ้นอีกครั้งเมื่อวันพุธที่ 4 ก. พ. ที่ผ่านมา หลังจากที่ “สก็อตต์ เบสเซนต์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐได้เข้าให้การต่อคณะกรรมการบริการทางการเงินของสภาผู้แทนราษฎร โดยคำแถลงของเขาถูกมองว่าเป็นการซ้ำเติมบรรยากาศการลงทุนที่ย่ำแย่อยู่แล้วให้เลวร้ายลงไปอีก

เมื่อเบสเซนต์ถูกตั้งคำถามว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ มีอำนาจเข้าซื้อบิตคอยน์หรือคริปโทเคอร์เรนซีอื่นหรือไม่ โดยเขาระบุว่า “ผมไม่มีอำนาจในการดำเนินการดังกล่าว และในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับเสถียรภาพทางการเงิน (FSOC) ก็ไม่มีอำนาจในเรื่องนี้เช่นกัน” 

ทำไม  ‘ขาลง’ ครั้งนี้ถึงแปลก ?

แม้ความผันผวนจะเป็นเรื่องปกติของคริปโท แต่การปรับตัวลดลงติดต่อกันนานถึง 4 เดือนในช่วงที่โลกวุ่นวาย ถือเป็นเรื่องที่ผิดคาดอย่างมาก 

ตามทฤษฎีที่ผู้สนับสนุนคริปโทพยายามผลักดันมาตลอดคือการยกให้ Bitcoin เป็น "ทองคำดิจิทัล"  หรือสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนควรใช้พักเงินในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำหรือเกิดความวุ่นวายระดับโลก  

แต่ทว่า Bitcoin กลับไม่สามารถทำหน้าที่เป็นที่พักเงินให้นักลงทุนที่หนีตายจากตลาดหุ้นได้เลย การร่วงลงสวนทางกับวิกฤติโลกครั้งนี้  ในทางกลับกันสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินโลกเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เมื่อเงินทุนมหาศาลเริ่มไหลออกจากสินทรัพย์ดิจิทัลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างโลหะมีค่าโดยเฉพาะ “ทองคำ” จนราคาทองคำพุ่งทำนิวไฮที่  5,500 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์

บลูมเบิร์กรายงานว่า  สิ่งที่ทำให้นักวิเคราะห์กังวลเกี่ยวกับวิกฤติครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเพราะปริมาณการซื้อขายที่ลดลงอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่มักเกิดขึ้นในช่วง "ฤดูหนาวคริปโท”  แต่เป็นเพราะการดิ่งลงครั้งนี้ "ไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน" นอกเสียจากว่าความตื่นเต้นในตลาดมันหายวับไปเองดื้อๆ

หากย้อนกลับไปในการล่มสลายช่วงปี 2561–2562 สาเหตุมาจากการปราบปรามการระดมทุนแบบ ICO  หรือในปี พ.ศ. 2565–2566 ที่เกิดจากการล่มสลายของยักษ์ใหญ่อย่าง Terra-Luna, Three Arrows Capital และ FTX

แต่ในรอบปี 2569 นี้ กลับไม่มีเหตุการณ์ช็อกโลกในระดับเดียวกันเกิดขึ้นเลย จะมีเพียงก็แค่บาดแผลใจของเหล่านักเทรดที่ยังเจ็บปวดจากการดิ่งเหวเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เกิดการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

 เมื่อดูจากตัวเลขสถิติ ความแตกต่างระหว่างครั้งนี้กับวิกฤติในอดีตเริ่มเลือนลางลง เพราะแม้ว่าปัจจุบันจะมีกองทุน Spot Bitcoin ETF เข้ามาและมีการวางระบบโครงสร้างพื้นฐานมานานหลายปี แต่ปริมาณการซื้อขายกลับหดตัวรุนแรงในระดับที่เทียบเท่ากับช่วงวิกฤติปลายปี  2564–2565 ตามข้อมูลจาก Kaiko ซึ่งสะท้อนว่าแม้จะมีเครื่องมือทางการเงินที่ทันสมัยกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้ช่วยป้องกันไม่ให้ตลาดเงียบเหงาลงได้

 ไมเคิล โนโวแกรตซ์ ซีอีโอของ Galaxy Digital เปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจว่า ในอดีตกลุ่มคนเล่นคริปโทมีความเชื่อมั่นในบิตคอยน์อย่างแรงกล้าแทบจะเหมือนความเชื่อทางศาสนา คือต้องถือไว้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม แต่ปัจจุบัน "กระแสความคลั่งไคล้" นั้นเริ่มจางหายไป และถูกแทนที่ด้วยแรงเทขายที่เกิดขึ้นให้เห็นอย่างชัดเจนในตอนนี้

 โคล เคนเนลลี ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Volmex Labs เผยว่า "ในสัปดาห์นี้ คลื่นแห่งความตื่นตระหนกได้แผ่ซ่านไปทั่วตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งสอดคล้องกับการที่นักลงทุนพากันเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทอย่างรวดเร็ว"

ดัชนี BVIV ที่ใช้วัดความผันผวนของ Bitcoin ในช่วง 30 วัน ได้พุ่งทะยานจากระดับ 40 ขึ้นไปแตะ 95 ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ซึ่งถือเป็นระดับความผันผวนที่รุนแรงที่สุดและไม่เคยปรากฏมาก่อน นับตั้งแต่เหตุการณ์การล่มสลายครั้งประวัติศาสตร์ของ FTX ในช่วงปลายปี 2565

คาด ‘บิตคอยน์’ ต่ำสุดที่ 38,000 ดอลลาร์

เว็บไซต์คอยน์เดสก์รายงานว่า นักวิเคราะห์จาก Stifel บริษัทผู้ให้บริการทางการเงินที่มีอายุกว่า 136 ปี เตือนว่าจากสถิติในอดีตบ่งชี้ว่า การดิ่งลงของราคาในครั้งนี้อาจรุนแรงขึ้นอีก ไปแตะระดับต่ำสุดที่ 38,000 ดอลลาร์ ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า นั่นหมายความว่ามูลค่าอาจหายไปอีกถึง 42% จากระดับราคาในปัจจุบัน

เปิดสถิติตลาดคริปโท  ‘หมีรุนแรง’ Bitcoin มีโอกาสปรับฐานดิ่ง 70%

นักวิเคราะห์ได้อ้างอิงสถิติการร่วงลงของ Bitcoin จากจุดสูงสุดในช่วงที่เกิดสภาวะ "ตลาดหมีขั้นรุนแรง" ในอดีต ซึ่งเคยดิ่งลงหนักถึง 93% ในปี  2554, 84% ในปี 2557, 83% ในปี 2561 เคลื่อนไหวที่ระดับ 3,000 ดอลลาร์  และ 76% ในปี  2565 เคลื่อนไหวที่ระดับ 16,000 ดอลลาร์

เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มของจุดต่ำสุดที่ค่อยๆ ยกระดับสูงขึ้นในแต่ละรอบ นักวิเคราะห์จึงประเมินว่าในรอบนี้ราคามีโอกาสปรับฐานลงมาประมาณ 70%  จากจุดสูงสุด 

 

อ้างอิง Bloomberg Coindesk decrypt