เปิดทิศทาง 9 บริษัทย่อยในเครือ Bitkub Group ในงาน Bitkub Summit 2025 'ท๊อป จิรายุส' ชู AI และ Longevity ขับเคลื่อน 'ไทย' สู่โลกอนาคต
"ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา" ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ได้กล่าวถึง "จุดเริ่มต้น" ของการจัดงาน Bitkub Summit 2025 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “Gateway to the Future: เปิดประตูการลงทุน สุขภาพ และเทคโนโลยี สู่โลกอนาคต” ว่า ต้องการให้งานนี้เป็น "จุดศูนย์รวม" ของทุกคน เพื่ออัปเดตความรู้ให้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญอย่างบล็อกเชน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการดูแลสุขภาพเพื่อชีวิตที่ยืนยาว (Longevity)
จิรายุส ย้ำว่า ในขณะที่สตาร์ตอัปสัญชาติไทยที่มีพนักงาน และผู้ร่วมลงทุนเป็นคนไทย 100% เริ่มหายากขึ้น "บิทคับ" ยังคงยืนหยัด และสามารถสร้างงานระดับประเทศเช่นนี้ได้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่โลกอนาคต ที่การลงทุน สุขภาพ และเทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทในทุกแง่มุมของชีวิต
9 ทิศทางบริษัทในเครือ 'บิทคับ'
'บิทคับ' ออนไลน์ มุ่งยกระดับประสบการณ์ใช้งาน
“อรรถกฤต ชิมผลาพิบูลย์” ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ ออนไลน์ ได้ฉายภาพทิศทางที่สำคัญของ Bitkub Exchange ในปี 2025 ซึ่งถือเป็น "ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง" ครั้งใหญ่ โดยมองว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังได้รับแรงหนุนจากพลวัตทางเศรษฐกิจ และการยอมรับในระดับสากล
อรรถกฤต วิเคราะห์จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก โดยชี้ให้เห็นว่าหนี้สหรัฐ และอัตราการพิมพ์เงินใหม่ที่สูงขึ้น ได้สร้างแรงกดดันต่อความสามารถในการใช้จ่ายด้วยสกุลเงิน “ดอลลาร์“ ในขณะเดียวกัน ทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัด ได้พุ่งสูงขึ้นจนทำสถิติสูงสุดใหม่ (ATH) ด้วยเหตุนี้ "บิตคอยน์" ซึ่งเป็นสินทรัพย์อีกประเภทหนึ่งที่มีจำนวนจำกัดเช่นกัน จึงได้รับความสนใจในฐานะทางเลือกที่น่าจับตา
นอกจากปัจจัยทางเศรษฐกิจแล้ว การเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้นำระดับโลกก็เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยยกตัวอย่างการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเคยกล่าวว่าบิตคอยน์คือ "การหลอกลวง" แต่ล่าสุดกลับมองว่าบิตคอยน์เป็นสิ่งที่ "อเมซิ่ง" การยอมรับที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีโลก ทั้งในยุโรป ญี่ปุ่น ดูไบ และอีกหลายประเทศเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมาก
แล้ว 'ไทย' อยู่ตรงไหนในโลก?
อรรถกฤต ยืนยันว่า ตลาดคริปโทฯ ไทยไม่แพ้ชาติไหนในโลก โดยมีจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ไทยเป็นตลาดที่โดดเด่นในภูมิภาคอาเซียน ทั้งผู้กำกับดูแลที่รัดกุม โดยไทยมี สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ดูแลอย่างเข้มงวด ทำให้ผู้ลงทุนมั่นใจในกรอบการดำเนินงาน รวมถึงรูปแบบการทำธุรกรรมที่อยู่ภายใต้การดูแล เช่น รูปแบบการซื้อขายแบบ Peer-to-Peer (P2P)
นอกจากนี้ ไทยมีวอลุ่มซื้อขาย ในประเทศกว่า 90 ล้านบาท ถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ในอาเซียน และ "ความปลอดภัย" เป็นเรื่องสำคัญยิ่งสำหรับบิทคับ ปัจจุบันแอปพลิเคชันมีการดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 13 ล้านครั้ง ซึ่งบิทคับก็มุ่งมั่นที่จะพัฒนาเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
- 9 ฟีเจอร์ใหม่ บทถัดไป Bitkub Exchange
หลังจากนี้ถือเป็น "บทถัดไปของบิทคับ เอ็กซ์เชนจ์" อรรถกฤต ได้เปิดเผยถึงการเปิดตัว 9 ฟีเจอร์ใหม่ ในงาน Bitkub Summit 2025 เช่น Bitkub Privilege สิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับผู้ใช้งาน, DCA (Dollar-Cost Averaging) ฟีเจอร์ลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุนอัตโนมัติ, Profit and Loss (P&L) สามารถคำนวณกำไรหรือขาดทุนบนแอปพลิเคชันได้ทันที, การได้รับ Broker Client และเดินหน้าลิสต์เหรียญให้ได้ถึง 50 เหรียญ ครอบคลุมทั้งเหรียญมีม และเหรียญ G token (พันธบัตรรัฐบาล) ที่จะถูกลิสต์บนกระดานบิทคับ และ Crypto Payment (คริปโท เพย์เมนท์) บริการแปลงคริปโทฯเป็นเงินบาท เพื่อรองรับการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในประเทศที่เดินทางมาประเทศไทย
ทั้งหมดนี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์การซื้อขาย และตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย "เบิกบานอย่างเต็มที่"
เดินหน้าพัฒนา ‘บล็อกเชน’
“ภาสกร ปานนอก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด มองว่าบล็อกเชนเกิดขึ้นพร้อมกับ “สเตเบิลคอยน์” ที่มีการใช้งานเพิ่มสูงขึ้นถึง 3 เท่าในปีที่ผ่านมา หลังจากที่ทรัมป์ออกนโยบายเกี่ยวกับสเตเบิลคอยน์ รวมทั้งประเทศต่างๆ และสถาบันการเงินต่างๆ และหากมองย้อนกลับไป บล็อกเชนเกิดมาเป็น 10 ปีแล้ว แต่มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเทคโนโลยี layer 3 หรือสามารถโอนเงิน และสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้มากขึ้น และสามารถผนวกรวมกับ AI
สำหรับทิศทางของ ‘บิทคับบล็อกเชน‘ ภาสกรยังคงเดินหน้า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของบล็อกเชนให้ทำงานได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสามารถรองรับการทำธุรกรรมขนาดใหญ่ได้ และจะผลักดันให้เกิดการใช้งานในวงกว้าง
ตั้ง KUB Foundation ที่สวิตเซอร์แลนด์
บิทคับบล็อกเชน ประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในระดับสากล โดยได้จัดตั้ง KUB Foundation ขึ้นอย่างเป็นทางการในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
การจัดตั้ง KUB Foundation ที่สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ "Crypto Valley" นั้น นอกจากจะมีสมาชิกชาวไทยแล้ว ทางมูลนิธิยังได้ดึงตัวบุคคลสำคัญระดับโลกอย่าง Patrick Storchenegger เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมด้วย โดยคุณ Storchenegger เป็นถึงหนึ่งในสมาชิกบอร์ดบริหารของ Ethereum Foundation ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานของ Bitkub Chain สู่ระดับสากล
Bitkub ยังได้เผยถึงการวาง โร้ดแมปครั้งสำคัญ เพื่อทำให้ Bitkub Chain มีความเป็นสากลมากขึ้น และสามารถก้าวทันบล็อกเชนชั้นนำของโลกได้
Christine Löw, Chargé d’affaires a.i. ตัวแทนจากสถานทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย ได้กล่าวว่า "เรายิ่งรู้สึกดีอย่างยิ่งเมื่อได้ทราบว่า KUB Foundation ได้รับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการแล้ว สวิตเซอร์แลนด์ขอต้อนรับอย่างอบอุ่น กับการก่อตั้งของ KUB Foundation ณ ใจกลาง Crypto Valley ของเรา"
Bitkub Academy อินไซด์ตลาด 'คริปโท'
"สุกฤษฏิ์ พุทธวิริยะ" CEO of Bitkub Academy เผยที่ผ่านมา Bitkub Academy ทำหน้าที่สะท้อนตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นำเสนอข้อมูลอินไซด์ ไลฟ์ คอนเทนต์ ทั้งด้านการลงทุน และเทคโนโลยีของสกุลเงินดิจิทัล และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย
Bitkub moonshot หัวใจหลักขับเคลื่อนสู่ 'AI First'
"ธนัท เบญจภัทรเศรษฐ์" ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรม บริษัท บิทคับ มูนช็อต จำกัด เล่าถึงภารกิจสำคัญของ "บิทคับ มูนช็อต" ว่าต้องการผลักดันให้ Bitkub Moonshot เป็น AI-First Company ในด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพราะนั้นคือ จุดที่จะทำให้การพัฒนาเป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น
บิทคับมูนช็อตได้คิด และสร้าง กระบวนการทำงานรูปแบบใหม่ โดยใช้ AI-driven อย่างเต็มที่ เริ่มจากทดลองสร้าง ทีม AI ใหม่ขึ้นมาทำงานควบคู่ไปกับทีมปกติ ทำให้บริษัทสามารถส่งมอบโครงการได้มากกว่า 10 โครงการในไตรมาสเดียว โดยใช้เวลาสั้นลงมาก
ธนัทเล่าถึง 3 "หัวใจ" สำคัญที่เป็นเข็มทิศนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงคือ 1.ปฏิวัติวิธีคิด วิธีทำงาน และเครื่องมือใหม่ทั้งหมด ตามด้วย 2.นำ AI เข้ามาเป็นหัวใจในทุกขั้นตอน และสร้าง "ซูเปอร์ทีม"
'บิทคับเวนเจอร์' ชู 2 เทรนด์อนาคต
“เนาวรัตน์ ธรรมสวยดี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ เวนเจอร์ส จำกัด เผยว่าบิทคับมองเห็น 2 เทรนด์สำคัญที่จะเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตของมนุษย์
Bitkub Ventures มองเห็นโอกาสครั้งสำคัญในตลาด Longevity Wellness เนื่องจากเป็น ตลาดขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่าระดับล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งขับเคลื่อนโดยจำนวนประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก นอกจากนี้ ตลาดยังมี ความต้องการที่เกิดขึ้นซ้ำ เนื่องจากความต้องการด้านสุขภาพ และความมีชีวิตชีวาเป็นปัจจัยพื้นฐานที่กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายซ้ำอย่างต่อเนื่อง
ถัดมาคือ “ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี” โดยมีปัญญาประดิษฐ์ (AI), เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) และข้อมูล (Data) เป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ และที่สำคัญที่สุดคือ ตลาดนี้สร้าง ผลกระทบควบคู่ไปกับผลกำไร เพราะเป็นการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้น ในขณะเดียวกันก็สร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งให้กับผู้ลงทุนด้วย
'โทเคนไนซ์' เปิดโลกการระดมทุน
"ปองธรรม ถาวรามร" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ พอร์ทอล จำกัด (Bitkub Portal) กล่าวถึงก้าวสำคัญของบิทคับ และความน่าสนใจของสิ่งที่เรียกว่าการ "โทเคนไนซ์" สะท้อนให้เห็นความแข็งแกร่งทางด้านเทคโนโลยีทางการเงิน และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย ทำให้ผู้ประกอบการ นักลงทุนได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนรูปแบบใหม่และนักลงทุนมีทางเลือกในการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้เทคโนโลยีบล็อกเชน
สำหรับบิทคับได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้เป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) อย่างเป็นทางการ โดยสามารถเริ่มประกอบธุรกิจได้ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค.2568 ที่ผ่านมา
เกาะเทรนด์ Health & Longevity ผ่านมุม Staygold
“พัฒน์สิญา เอี่ยวอุดมสิน” Senior Longevity Business Manager of Bitkub Longevity Co., Ltd. ธุรกิจน้องใหม่ล่าสุดของบิทคับ ได้ประกาศภารกิจสำคัญในการสร้าง Health & Longevity Infrastructure ของประเทศไทย ด้วยการใช้ Biological Code Completion Engine ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อประมวลผลข้อมูลสุขภาพเชิงลึกของแต่ละบุคคล ตั้งแต่ Activity Data ไปจนถึง DNA, Genome และ Epigenetic test
ภารกิจนี้ครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่
1) StayGold Innovation ผ่านแอปพลิเคชันที่เป็นศูนย์กลางของ Longevity Ecosystem และนวัตกรรมช่วยเสริมสุขภาพ
2) StayGold Supplement ที่รวมทั้งสารอาหารพื้นฐาน และ Longevity Support สำหรับต้านความแก่ชราในระดับเซลล์
3) StayGold Services การให้บริการด้าน Biohacker และ Lifestyle Wellness
4) StayGold Environment การให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่มีคุณภาพ โดยมีเป้าหมายคือ การทำให้สิ่งที่เคย "แพงและเข้าถึงยาก" กลายเป็นสิ่งที่ "ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น"
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ บิทคับตั้งใจเปลี่ยนวิกฤติสุขภาพของประเทศให้เป็นโอกาสในการเป็น Longevity Hub ของโลก ผ่านการสร้างคอมมูนิตี้สุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในไทย
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





