นโยบายการค้าโลกจะส่งผลกระทบต่อตลาด “สินทรัพย์ดิจิทัล” แต่โดยเฉพาะตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และ “บิทคับ” กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
“อรรถกฤต ชิมผลาพิบูลย์” ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานกรรมการบริหาร บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า นโยบายของประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” มีผลกระทบต่อทุกสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง หนึ่งในนั้นคือ “สินทรัพย์ดิจิทัล” ทำให้ปริมาณการซื้อขายในตลาดเบาบางลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง และเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทำให้นักลงทุนในตลาดเทขายเพื่อถือเงินสด
อย่างไรก็ดี ท่ามกลางตลาดการลงทุนที่ผันผวนยังมีบางสินทรัพย์ที่สามารถฟื้นตัวได้ในสถานการณ์นี้ เช่น ทองคำ ซึ่งบิตคอยน์ก็มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ซึ่งคาดว่าภาพรวมตลาดมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวในช่วงประมาณ 3 เดือนข้างหน้า
จับทิศตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย
ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยในปีนี้ “อรรถกฤต” เผยว่ากำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงใน 2 ส่วนสำคัญหลังจากได้มีการพูดคุยกับภาครัฐซึ่งมีมุมมองที่ดีต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย
ปีนี้จะได้เห็น “กรีนโทเคน” เพื่อผลักดันไทยสู่ “กรีนดิจิทัลโทเคนฮับ” ในการลิตส์กรีนโทเคนต่างๆ รวมถึง คาร์บอนเครดิตที่มาจากการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) โดยบริษัทไทย และได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทำให้ไทยจะมียูทิลิตี้โทเคนที่หลากหลาย รวมถึงโทเคนที่อ้างอิงด้วยพลังงาน ซึ่งขณะนี้มีบริษัทไทยหลายแห่งให้ความสนใจ ดังนั้น จึงต้องจับตาการพิจารณายกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) ของการออกเสนอขาย ICO Portal ที่อาจมีแนวโน้มเชิงบวก
นอกจากนี้ นโยบาย “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้รับการสนับสนุน ในปีนี้รัฐบาลอาจพิจารณาเปิดรับ “คริปโท เพย์เมนต์” หรือระบบการชำระเงินด้วยคริปโทเคอร์เรนซี เนื่องจากมีลักษณะเป็นโครงการทดลองนำร่องในกลุ่มจำกัดอยู่แล้ว ก็มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น และขยายขอบเขตการใช้งานให้กว้างขวางขึ้นหากได้รับการตอบรับที่ดี
2 อีเวนต์ใหญ่บิทคับ
สำหรับ แผนธุรกิจของกลุ่มบิทคับในปี 2568 กำลังจะเกิดอีเวนต์ใหญ่ 2 งานด้วยกัน โดยความคืบหน้าแผนระดมทุนด้วยการขอเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไป (IPO) ในไทยของบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ขณะนี้เริ่มเข้าสู่กระบวนการยื่นไฟลิ่งกับหน่วยงานกำกับ และคาดว่าจะเสนอขายหุ้น IPO ได้เร็วที่สุดในเดือนธ.ค.นี้ และ BITKUB SUMMIT 2025 ในวันที่ 25-26 ต.ค.68 นี้
BITKUB SUMMIT 2025
“จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮล ดิ้งส์ จำกัด เผยว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้าประเทศไทย จะเผชิญกับ “วิกฤติหนี้ครัวเรือน” ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการเงินของตลาดการเงิน ที่กำลังเปลี่ยนจากการเงินดั้งเดิมไปสู่ดิจิทัลแอสเสท พร้อมเผชิญกับ “วิกฤติสุขภาพ” เมื่อไทยเข้าสู่งสังคมผู้สูงอายุ พร้อมกับตั้งคำถามว่าไทยจะเป็นศูนย์กลางเวลเนสฮับได้จริงหรือถ้ายังขาดบุคลากรที่มีความสามารถในด้านนี้
ดังนั้น บิทคับจึงจัดงาน BITKUB SUMMIT 2025 เพื่อส่งต่อโอกาสทางความรู้ และอินไซด์สำคัญจากนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้นำในแต่ละวงการ เพื่อเป็นพื้นที่ให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้ และโอกาสใหม่ และผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ด้วยความเข้าใจใน 3 ประเด็นสำคัญคือ
- ความรู้ความเข้าใจทางการเงิน เพื่อคว้าโอกาสในโลกการลงทุนยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งในตลาดทุน สินทรัพย์ดิจิทัล และการลงทุนทางเลือก
- สร้างความรู้ความเข้าใจในด้านดิจิทัล และเทคโนโลยี เจาะลึกนวัตกรรม ปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจ และชีวิตประจำวัน
- การดูแลสุขภาพเพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาว เทรนด์เทคโนโลยี และการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการยืดอายุขัย และคุณภาพชีวิตที่ดี
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





