เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์ (BTC) ปรับตัวลง 19% และภาพรวมตลาดคริปโทฯ ระยะสั้นถูกกดดันอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการประกาศชำระหนี้ของ Mt.Gox ที่มีมูลค่าสูงถึง 9 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว ปัจจัยพื้นฐานยังคงแข็งแรงโดยเฉพาะการเตรียมเปิดขาย Ethereum spot ETF โดยสถาบันการเงินของฝั่ง US นำทีมโดย Blackrock และ Fidelity ที่จะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม
นายวรเมธ จันทร์เสน ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด เปิดเผยว่า Merkle Capital มองว่า Bitcoin, Ethereum และภาพรวมตลาดคริปโทฯ มีแนวโน้มที่สามารถเติบโตได้สูง โดยเฉพาะ Altcoin บางกลุ่มเช่น ETH Restaking ที่ปัจจัยพื้นฐานยังคงแข็งแรงทั้งระยะกลางถึงระยะยาว แต่ยังมีปัจจัยอื่นกดดันระยะสั้น ด้วยเหตุผล ดังนี้
1) แรงเทขายที่เกิดขึ้นจากการเตรียมชำระหนี้ของ Mt.Gox
หนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาพรวมตลาดคริปโทฯ ถูกกดดันในเดือนที่ผ่านมาคือ การเตรียมชำระหนี้มูลค่าสูงกว่า $9Billions ของ Mt.Gox แม้ในขณะนี้ยังไม่มีการเผยแพร่รายละเอียดต่าง ๆ แต่เมื่อพิจารณาจำนวนเงินที่ซื้อ Bitcoin spot ETF ตั้งแต่วันเปิดตัว (11 มกราคม 2024) พบว่ามีเม็ดเงินใหม่กว่า $14.4 Billions เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนเงินที่เตรียมชำระหนี้นั้นคิดเป็น 62.5% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก ทำให้ปัจจัยนี้ยังคงกดดันภาพรวมตลาดคริปโทฯ ทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง
2) MVRV แสดงถึงกำไรของนักลงทุนที่ลดลงทั้งตลาดคริปโทฯ
เมื่อพิจารณา MVRV ซึ่งเป็นข้อมูลเปรียบเทียบระหว่าง Market value to realized value ที่ใช้วิเคราะห์ต้นทุนและกำไรเฉลี่ยของนักลงทุนทั้งตลาด พบว่าต้นทุน BTC ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องอยู่ที่ 30,600 ดอลลาร์ ในปัจจุบัน ราคาต้นทุนที่สูงขึ้นนั้นแสดงถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน มากไปกว่านั้น จากความกดดันของตลาดทำให้ MVRV ลดลงมาอยู่บริเวณ 2.01 อย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงความอ่อนค่าของ BTC ในระยะสั้น เมื่อพิจารณากับสถิติที่ผ่านมา MVRV ที่ 2.01 นั้นเป็นโอกาสของ Bitcoin ในระยะกลางถึงระยะยาวเนื่องจากอยู่ในบริเวณต่ำ





