บิตคอยน์พุ่งทะลุ 43,000 ดอลล์ ขานรับคาดการณ์ที่ว่า คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) จะอนุญาตให้บริษัทหลายแห่งจัดตั้ง Spot Bitcoin ETF ภายในเดือนม.ค.ปีหน้า
บิตคอยน์เทรดที่เว็บไซต์อินเวสต์ติง ดอท คอม เมื่อเวลา 05.20น.ของวันนี้ (28ธ.ค.)พุ่งขึ้นเหนือระดับ 43,000 ดอลลาร์ ขานรับคาดการณ์ที่ว่า คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) จะอนุญาตให้บริษัทหลายแห่งจัดตั้ง Spot Bitcoin ETF ภายในเดือนม.ค.ปีหน้า ซึ่งจะเป็นการจัดตั้ง Spot Bitcoin ETF ครั้งแรกในสหรัฐ
บิตคอยน์ปรับตัวขึ้น 3.07% เคลื่อนไหวที่ 43,639.5 ดอลลาร์
ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า SEC จะอนุญาตให้บริษัทหลายแห่ง ซึ่งรวมถึงแบล็คร็อค (BlackRock), วิสดอมทรี (WisdomTree) และแวลคิรี (Valkyrie) จัดตั้ง Spot Bitcoin ETF ภายในเดือนม.ค.2567
นอกจากนี้ บิตคอยน์ยังได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า
ทั้งนี้ บิตคอยน์พุ่งขึ้นมากกว่า 150% ในปีนี้ ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นเพียง 24%
นักวิเคราะห์คาดว่าบิตคอยน์ยังคงมีแนวโน้มดีดตัวขึ้นต่อไป โดยได้ปัจจัยบวกจากปรากฏการณ์ Halving ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมี.ค.-พ.ค.2567
ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด คาดการณ์ว่า บิตคอยน์จะพุ่งแตะ 50,000 ดอลลาร์ในปีนี้ และ 120,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปีหน้า
บิตคอยน์เคยพุ่งขึ้นทะลุ 69,000 ดอลลาร์ในเดือนพ.ย.2564 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ก่อนที่จะทรุดตัวลงต่ำกว่าระดับ 20,000 ดอลลาร์ในเดือนมิ.ย.2565 ท่ามกลางความกังวลที่ว่า การที่เฟดเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและปรับลดขนาดงบดุลจะฉุดสภาพคล่องในตลาด และทำให้สหรัฐเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย
ทั้งนี้ บิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ที่ปรับตัวอย่างผันผวน โดยได้ทะยานขึ้นมากกว่า 1,000% ในปี 2560 ก่อนที่จะดิ่งลง 74% ในปี 2561 และกลับมาปรับตัวขึ้นในปี 2562-2564 แต่ก็ร่วงลง 64% ในปี 2565 ท่ามกลางข่าวอื้อฉาวและการล้มละลายในอุตสาหกรรมคริปโทฯ



