บิตคอยน์ แกร่งเหนือตลาด ให้รีเทิร์น 101.97% สูงสุดปีนี้

ผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงทั้งวิกฤตเงินเฟ้อ นำไปสู่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ลามไปยังการเติบโตของ GDP ทั่วโลกที่ลดลง ซ้ำร้ายด้วยภาวะสงคราม กดดันตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นทั่วโลก แต่ บิตคอยน์ กลับเพิ่มสูงขึ้น มาเคลื่อนไหวที่ระดับ 35,000 ดอลลาร์
นับตั้งแต่ต้นปี 2566 สินทรัพย์ดิจิทัล อย่าง “บิตคอยน์” ให้ผลตอบแทน 101.97% มากกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น เช่น ตลาดหุ้นแนสแด็ก100 และให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าสินทรัพย์กว่าประเภทเดียวกันในปี 65
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยรายงาน ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก (23 ต.ค.2566) มีมูลค่าตามราคาตลาด อยู่ที่ประมาณ1.17 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 7.34% ซึ่งมีสัดส่วนจากบิตคอยน์ 51.8% และซื้อขายต่อวัน 4.23 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 26.69%
โดยมูลค่าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย เดือนต.ค. อยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 76.47% ของเดือน ก.ย.66 โดยบุคลากรในประเทศมีการซื้อขายมากสุด
รวมทั้งบัญชีผู้ซื้อขายในประเทศไทยเดือนมิ.ย.เคลื่อนไหว7.1 หมื่นบัญชี คิดเป็น 80.68% ของเดือนก่อนหน้า ที่ 8.8 หมื่นบัญชี โดยส่วนใหญ่เป็นบัญชีของบุคลธรรมดาในประเทศ
ทั้งนี้ ในปี 2566 มูลค่าซื้อขายสะสมแยกประเภทสินทรัพย์พบว่าค่อนข้างกระจายตัว โดยมีมูลค่าสินทรัพย์สูงสุดบนศูนย์ซื้อขายในประเทศไทย ได้แก่
- ธีเทอร์ (Tether) มีมูลค่าซื้อขาย 9.2 แสนล้านบาท
- บิตคอยน์ (Bitcoin) 3.63 แสนล้านบาท
- OP (Optimism) มีมูลค่าซื้อขาย 1.98 แสนล้านบาท
สำหรับ ทั้ง 3 สินทรัพย์นี้มีมูลค่าซื้อขายสูงสุดบนศูนย์ซื้อขายในประเทศไทย โดยที่นักลงทุนในประเทศไทยมีการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆเพิ่มมากขึ้น มีมูลค่าสะสมสูงถึง9.03 แสนล้านบาท
ขณะที่ เหรียญ KUB มีมูลค่าซื้อขายบนศูนย์ซื้อขายในประเทศไทยร่วงหลุด 10 อันดับแรก และให้ผลตอบแทนติดลบ 39.52% นับตั้งแต่ต้นปี







