Meta ยันลงทุน Metaverse ควบคู่ AI แม้กระแสดับ หลังขาดทุนยับ 4.6 แสนล้านบาท

Meta ยันลงทุน Metaverse ควบคู่ AI  แม้กระแสดับ หลังขาดทุนยับ 4.6 แสนล้านบาท

Meta รายงานผลประกอบการรายได้ไตรมาสที่ 2 ขาดทุนจาก Metaverse รวมมูลค่ากว่า 4.6 แสนล้านบาท มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ยืนยันลงทุน Metaverse ควบคู่ไปกับ AI แม้กระแสความสนใจลดลง เชื่อ “ทิศทางโลกที่กำลังดำเนินต่อไป”

Keypoint: 

  • Meta เผยผลประกอบการพบขาดทุนเมตาเวิร์ส 2 ปีซ้อน
  • คาดทุนจากยอดขาย Quest 2 (VR) ชุดหูฟังเสมือนจริง ขณะที่ลงทุนเพิ่ม
  • หุ้น Meta พุ่งกว่า 7% หลังนักวิเคราะห์คาดอนาคตสดใส แม้คนใช้แอพ Threads ลดลง

ผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ของปี 2566 เผยแพร่เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม โดยรายงานว่า Meta มีรายได้เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวม  3.19 หมื่นล้านดอลลาร์ 

โดยมีสัดส่วนรายได้จากการลงทุนใน Metaverse ของ Reality Labs อยู่ที่ประมาณ 276 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นจำนวนที่ต่ำที่สุดในรอบสองปี และลดต่ำลงเกือบ 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ตัวเลขขาดทุน Metaverse ของ Meta อยู่ที่ 3.74 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ แต่ดูเหมือนว่าบริษัทบิ้กเทอย่าง Meta จะไม่ยอมแพ้และทุ่มเงินลงทุนอีกจำนวน 7.7 พันล้านดอลลาร์ในธุรกิจเทคโนโลยีแห่งโลกเสมือนในปี 2566

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเมตา (Meta) ยืนยันว่า Meta ยังคงมุ่งมั่นใน Metaverse และบริษัทจะไม่ยอมแพ้ในเร็ว ๆ นี้ แม้ว่าสาธารณชนจะหันมาสนใจในปัญญาประดิษฐ์(AI) ก็ตาม

“การลงทุนของเราใน AI ยังคงดำเนินต่อไป เรายังคงมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในวิสัยทัศน์ของ Metaverse เช่นกัน ซึ่งเราได้ดำเนินการตามลำดับความสำคัญหลักทั้งสองนี้เป็นเวลาหลายปีควบคู่กันไป และในหลาย ๆ ด้าน ทั้งสองส่วนนี้ก็ทับซ้อนกันและเกื้อกูลกัน”

ซัคเคอร์เบิร์ก กล่าวต่อ “ผมไม่สามารถรับประกันได้ว่าผมจะคิดถูกเกี่ยวกับการเดิมพันนี้ แต่ผมคิดว่านี่คือทิศทางที่โลกกำลังดำเนินไป”


ขาดทุน Metavers 2 ปีติด

แผนก Facebook Reality Labs (FRL) ของ Meta ซึ่งรับผิดชอบ metaverse เผยว่า ปี 2565 มีรายได้ 2.2 พันล้านดอลลาร์ ขาดทุน 13.7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งขาดทุนเพิ่มขึ้น34.3% จากปี 2564 ที่ขาดทุน 10.2 พันล้านดอลลาร์ จากรายได้ 2.3 พันล้านดอลลาร์

จากการประชุมผู้ถือหุ้น ซูซาน ลี (Susan Li )หัวหน้าฝ่ายการเงินของ Meta กล่าวว่า รายได้ที่ลดลงของ Reality Labs เป็นผลมาจากยอดขายที่ลดลงของ Quest 2 (VR) ชุดหูฟังเสมือนจริง  นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายของแผนกยังเพิ่มขึ้นอีก 23% เป็นเงิน 4 พันล้านดอลลาร์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเติบโตส่วนต้นทุนของพนักงาน

Meta กล่าวว่าผลการดำเนินงานของ Reality Labs ถูกกำหนดไว้ให้ขาดทุนเพิ่มขึ้นในปี 2565 โดยให้เหตุผลว่า ตอนนี้บริษัทกำลังพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ VR และการลงทุนเพิ่มเติมใน Metaverse จึงเกิดการขาดทุนที่ยืดเยื้ออย่างที่เห็นกัน

พร้อมเสริมว่า Llama โมเดล AI กำลังถูกใช้ในการสร้างผลิตภัณฑ์จำนวนมากที่จะช่วยให้ผู้ใช้ “สร้างโลก, อวตาร และวัตถุที่อาศัยอยู่ในโลกเสมือนจริงได้” และกล่าวต่อไปว่าเขาจะมีแถลงข้อมูลเพิ่มเติมในช่วงปลายปีนี้

ราคาหุ้นของ Meta พุ่งขึ้นตามรายงานผลประกอบการ โดยเพิ่มขึ้นมากกว่า 7% เคลื่อนไหวที่ 320 ดอลลาร์ ตามข้อมูลของ Google Finance ราคาหุ้น Meta เพิ่มขึ้นเกือบ 140% เมื่อเทียบกับข้อมูลรายปี 

แต่ ระดับราคาที่เมืองคงอยู่ห่างจากระดับสูงสุดตลอดกาลที่เคยทำได้ในเดือนกันยายนของปี 2564 ที่มีมูลค่ามากกว่า 378 ดอลลาร์

ซัคเคอร์เบิร์ก กล่าวถึง Threads ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า “ผมเห็นคนเปลี่ยนกลับมาใช้งานในทุก ๆ วันมากกว่าที่คาดไว้เสียอีก”

 และกล่าวต่อว่า Meta จะมุ่งเน้นความสนใจไปที่การคงจำนวนผู้ใช้ Threads เป็นหลัก ตามด้วยเรื่องการขยายการเติบโต และจึงจะมุ่งสนใจการสร้างรายได้จากแพลตฟอร์มเป็นสิ่งสุดท้าย 

การกล่าวเช่นนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม วันเดียวกันกับการรายงานจาก Similarweb บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล รายงานว่าจำนวนผู้ใช้ Threads ลดลง 60% เมื่อเทียบกับการเปิดตัวครั้งแรก

แอปพลิเคชัน Threads มีผู้ใช้งานสูงสุด 49 ล้านคนต่อวันบน Andriod ตามสถิติเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม แต่ลดลงเหลือ 12.6 ล้านคนต่อวันเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม โดยผู้ใช้กดเข้าหน้าแอปน้อยกว่า 5 นาทีต่อวันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ส่วนผู้ใช้งานรายวันสำหรับแอพ Facebook รวมถึง Instagram เพิ่มขึ้น 5% และ 7% ตามลำดับ

อ้างอิง Cointelegraph Coindesk