ดัชนีดาวโจนส์ ปิดวันพฤหัสบดี (22มิ.ย.)ร่วงลงในกรอบแคบเกือบ 5 จุด โดยปรับตัวลงเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน หลังนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณเฟดเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวร่วงลง 4.81 จุด หรือ 0.01% ปิดที่ 33,946.71 จุด
- ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 16.20 จุด หรือ 0.37% ปิดที่ 4,381.89 จุด
- ดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 128.41 จุด หรือ 0.95% ปิดที่ 13,630.61 จุด
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวร่วงลง 4.81 จุด หรือ 0.01% ปิดที่ 33,946.71 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 16.20 จุด หรือ 0.37% ปิดที่ 4,381.89 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 128.41 จุด หรือ 0.95% ปิดที่ 13,630.61 จุด
ทั้งนี้ นายพาวเวลมีกำหนดกล่าวถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์นี้เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ และนโยบายการเงินของเฟด โดยเขาได้กล่าวแถลงการณ์ต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้ ก่อนที่จะกล่าวต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา
นายพาวเวลส่งสัญญาณว่าเฟดจะยังคงเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จนกว่าจะมีความคืบหน้ามากขึ้นเกี่ยวกับการชะลอตัวของเงินเฟ้อ
นายพาวเวลกล่าวว่า การประกาศคงอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมนโยบายการเงินเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นเพียงการพักการดำเนินการด้านอัตราดอกเบี้ยเพียงชั่วคราว มากกว่าที่จะบ่งชี้ว่าเฟดได้ยุติวงจรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกอยู่ที่ระดับ 264,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2564
ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานดังกล่าวสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 260,000 ราย
ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนรายสัปดาห์ เพิ่มขึ้น 8,500 ราย สู่ระดับ 255,750 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2564
ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานสหรัฐ รายงานว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง เพิ่มขึ้น 13,000 ราย สู่ระดับ 1.76 ล้านราย



