ก.ล.ต.ปรับเกณฑ์ utility token พร้อมใช้ หวังคุ้มครองนักลงทุนที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อไม่สับสน แบ่งเป็นกลุ่มอุปโภคบริโภค ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องขออนุญาตก.ล.ต. และกลุ่มลงทุนในตลาดรองที่ต้องขออนุญาตกับก.ล.ต.
Utility Token พร้อมใช้ เป็นโทเคนดิจิทัลที่ให้สิทธิในการใช้บริการ แลกสินค้า ภายใต้การกำกับภายใต้ พ.ร.ก. utility token พร้อมใช้จะได้รับการยกเว้น เพราะมองว่า เป็นเรื่องของการอุปโภคบริโภค แต่ด้วยปัจจุบันวิวัฒนาการ utility token พร้อมใช้ เริ่มมีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น ก.ล.ต.มีความกังวลต่อผู้ที่เข้าไปลงทุนในตลาดรองจะไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนเพียงพอ จึงมีการเฮียริ่งปรับเกณฑ์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคและนักลงทุนไม่สับสน
นภนวลพรรณ ภวสันต์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายนวัตกรรมทางการเงิน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า การกำกับดูแล utility token พร้อมใช้ ในตลาดแรกและตลาดรอง เพื่อให้เกิดการใช้การใช้ประโยชน์ จึงแบ่งออกตามลักษณะการใช้งานออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรก utility token ที่ไม่ได้มีลักษณะการเก็งกำไร แต่เป็นการได้สิทธิมาซึ่งสินค้า บริการ ในลักษณะของการอุปโภคบริโภค ซึ่งราคาสินค้าจะสอดคล้องกับการให้บริการ เช่น การวอชเชอร์ในรูปดิจิทัลที่ออกในรูปแบบโทเคน หรือการแลกบัตรคอนเสริต
รวมถึงแลกของในเกมในรูปแบบ NFT utility token หรือในโลกของเมตาเวิร์ส ในการแลกซื้อดาบ ซื้อไอเทม จะได้รับยกเว้นการกำกับดูแลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน และยกเว้นการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมถึง utility token พร้อมใช้ ที่ใช้แทนใบรับรอง หรือแสดงสิทธิต่าง ๆ เช่น ใบรับรองพลังงานทดแทน ใบกำกับภาษี และโฉนดที่ดิน ซึ่งไม่มีการซื้อขายบนกระดานซึ่งก็จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอใบอนุญาตกับทางก.ล.ต.
ประเภทที่ 2 เป็นกลุ่มที่มาแต่ดั้งเดิม เป็นเหรียญที่นำไปใช้งานบนบล็อกเชน หรือเป็นคริปโตแอสเสทเช่น เหรียญอิเธอร์เรียม คับคอยน์ บิททาซ่า หรือกานา จะอยู่ในกลุ่ม 2 ซึ่งมีความต่างจากประเภทแรก เพราะเมื่อมีการซื้อขายนักลงทุนจะมีความคาดหวังในการไปผูกกับ Exchange เหรียญนั้นจะมีการราคาที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น จะเห็นได้ว่า กลุ่มที่ 2 นี้ ไม่ว่าจะเป็น Native coin หรือ Governance Token จะต้องเข้ามาอยู่ในลิสที่ต้องเข้ามาขอใบอนุญาตกับทางก.ล.ต.เพื่อเสนอขายผ่าน ICO Portal
ทั้งนี้ utility token กลุ่มที่ 2 ถือว่าเป็นที่เข้ามาเก็งกำไรที่จดทะเบียนบนศูนย์ซื้อขายฯ ต้องได้รับอนุญาตการเสนอขายจาก ก.ล.ต. โดยผู้เสนอขายต้องยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและหนังสือชี้ชวน รวมถึงรายงานงบการเงิน เหมือนหุ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูล และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในไตรมาส 2 ปี 2566 นี้ แต่อย่างไรก็ตามในวันที่ 30 ม.ค. 2566 จะมีการเชิญผู้ประกอบการเข้ามาทำความเข้าใจ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่สนใจเข้ามาประมาณ 70 - 80 ราย ส่วน Investment token มีผู้ประกอบการประมาณ 15-20 ราย ที่รอยื่นไฟลิ่ง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอสังหาฯ และอินฟราสตักเจอร์หรือโครงสร้างพื้นฐาน
กฤษณ์ ตันติภิรมย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายนโยบายสินทรัพย์ดิจิทัลและนวัตกรรมทางการเงิน ก.ล.ต.บอกเพิ่มเติมว่า เพื่อให้สอดคล้องกับการให้บริการ utility token พร้อมใช้กลุ่มที่ 1 และ กลุ่มที่ 2 ต้องให้แยกออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อประชาชนไม่สับสน utility token จะต้องไม่นำมาใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน สื่อการชำระเงิน หรือโอนมูลค่าเพื่อชำระราคาสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นใดเป็นการทั่วไป หรือ Means of Payment
โดย utility token กลุ่มที่ 1 จะไม่เข้าข่ายเป็น MOP ตามแนวทางที่ ธปท. กำหนดและเป็นการให้บริการหรือสิทธิเฉพาะเจาะจงไว้อย่างชัดเจน ซึ่งต้องไม่ใช่การกำหนดสิทธิในการแลกเปลี่ยนเป็นเงิน หรือเงินอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงได้กำหนดจำนวนโทเคนดิจิทัลที่ต้องใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้า บริการหรือสิทธิอื่นใดที่เฉพาะเจาะจง ไว้อย่างชัดเจน หากเสนอขายบนตลาดรองจะต้องไม่ใช้ราคาตลาดในการคำนวณเพื่อใช้สิทธิตามที่กำหนดไว้ และมีกลไกและกระบวนการที่ทำให้มั่นใจได้ว่า เมื่อผู้ถือโทเคนดิจิทัลใช้สิทธิแล้ว จะไม่สามารถนำกลับมาใช้สิทธิซ้ำได้อีก
ขณะที่ utility token กลุ่มที่ 2 จะไม่เข้าข่ายลักษณะเป็น MOP ตามแนวทางที่ ธปท. กำหนด หากผู้ออกเสนอขาย ได้มีการระบุสิทธิในการใช้งานที่เฉพาะเจาะจง ที่ทำให้สามารถเข้าใจรายละเอียดของสิทธิที่ได้จากการถือ utility token ที่มีการชำระเป็นค่าธรรมเนียมการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของการทำธุรกรรม ,การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ , การมีสิทธิในการตรวจสอบและยืนยันการทำธุรกรรมบนระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ ,การมีสิทธิในการกำหนดทิศทางหรือตัดสินใจเกี่ยวกับการดำเนินงานของระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ , การชำระหรือการใช้เป็นส่วนลดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลบนศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลหรือโครงการ Centralized Finance (CeFi) ฯลฯ
ณพงศ์ธวัช โพธิกิจ ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธปท. ให้ข้อมูลเสริมว่า ในมุมของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวกับข้องกับหลักเกณฑ์ของ utility token เป็นการหารือเรื่องแนวทางในการที่ไม่เป็นสื่อในการชำระราคา ในลักษณะ MOP เป็นหลักการเดิมที่ได้เกี่ยวข้องมาตลอด
โดย ธปท.ไม่อยากให้ดิจิทัลแอสเสทที่มีราคาผันผวนขึ้นลงเกี่ยวข้องกับการชำระค่าสินค้าและบริการทั่วไป เพราะถ้าทำแบบนั้นจะมีผลกระทบในเรื่องของราคาที่ผันผวนทำให้เกิดความเสี่ยงกับประชาชนที่ถือครอง token ร้านค้าที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อรับ token อาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อกำไรและรายได้ได้ และถ้ามีการใช้ในวงกว้างอาจจะทำให้ผลกระทบในเรื่องของ ประสิทธิภาพนโยบายทางการเงิน





