“อีเธอเรียม”คริปโทกลุ่ม“บล็อกเชน”โตแซง“หุ้นเทค"

“อีเธอเรียม”คริปโทกลุ่ม“บล็อกเชน”โตแซง“หุ้นเทค"

เหรียญ“คริปโท”ในตลาดมีจำนวนกว่า 1 หมื่นเหรียญ ดังนั้นการเลือกลงทุนสกุลเงินดิจิทัล จึงต้องกลับไปดูโปรเจกต์เหรียญที่มีความน่าสนใจและน่าเชื่อถือ ซึ่งเหรียญกลุ่ม “บล็อกเชน” เป็นหนึ่งธีมการลงทุนที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด หนึ่งในนั้นคือเหรียญ“อีเธอเรียม”

บริษัท คริปโตมายด์ แอดไวเซอรี่ จำกัด เผย การลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีในช่วงเศรษฐกิจถดถอยซึ่งคริปโทเคอร์เรนซีกลุ่ม “บล็อกเชน” Blockchain เช่น Ethereum, Avalanche และ Solana มีความน่าสนใจ เนื่องจากคริปโทเคอร์เรนซีกลุ่มนี้ มีรากฐานสําคัญทีจะมีแพลตฟอร์ม (Dapps) อีกจํานวนมากมาต่อยอดเพื่อเพิ่มความหลากหลายในการใช้งาน ซึ่งทําให้คริปโทเคอร์เรนซีในกลุ่มนี้สามารถปรับตัวไปตามความต้องการ และเทรนด์ของผู้ใช้งานได้อย่องต่อเนื่อง กล่าวคือมีดีมานด์ในการใช้เหรียญนั้นๆนั่นเอง เช่น การทำธุรกีีมบนบล็อกเชนอีเธอเรียม ที่ต้องจ่ายค่าฟี หรือค่าธรรมเนียมด้วยเหรียญอีเธอเรียมนั่นเอง

 นอกจากนี้ ทั้งนักพัฒนาและผู้ใช้งานยังมีการเข้าใช้บล็อกเชนเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ทําให้มีการเติบโตอยู่ตลอดเวลาแม้ในช่วงตลาดซบเซา ซึ่งการที่สามารถปรับตัวได้ดี ถือเป็นคุณสมบัติทีดีเนื่องจากมีบริษัทเทคโนโลยีจํานวนมากที่ประสบความสําเร็จจากการมีความสามารถในการปรับตัว เช่นบริษัทแอปเปิ้ล (Apple) ซึ่งเริ่มต้นเข้าสู่ตลาดมาด้วยคอมพิวเตอร์ แต่เติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยการขาย iPhone และ Google ที่เริ่มต้นจากการเป็นเสิร์ชเอนจิน และมีผลิตภัณฑ์ที่เกียวกับเทรนด์สมาร์ทโฟนอย่าง Android เป็นการปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ของโลกจึงทําให้บริษัทเหล่านีสามารถเติบโตมาได้จนถึงปัจจุบัน

คริปโทเคอร์เรนซี่มักถูกนําไปเปรียบเทียบกับหุ้นเทคโนโลยี เนื่องจากมีลักษณะหลายอย่างที่คล้ายกัน และคริปโทเคอร์เรนซีเองก็ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนที่ใหม่มากมาต่อยอดในการสร้างสินทรัพย์ดิจิทัลชนิดต่าง ๆ ขึ้นมา ซึ่งเมื่อเทียบอัตราการเติบโตของ Apple และ Google ซึ่งเปนหุ้นเทคโนโลยีชันนําของโลกกับ Ethereum ซึ่งเปนคริปโทเคอร์เรนซีอันดับ 2

“อีเธอเรียม”คริปโทกลุ่ม“บล็อกเชน”โตแซง“หุ้นเทค\"

พบว่าในช่วงปี 2559-2564 แสดงให้เห็นว่าทั้งในด้านมารืเก็ทแคปและรายได้ของ Ethereum นั้นมีอัตราการเติบโตต่อปีที่สูงกว่าบริษัทเทคโนโลยีชันนําของโลกมาก เนื่องจากวงการคริปโทเคอร์เรนซีได้รับความสนใจจากทั่วโลก และมีการคาดการณ์การเติบโต ของอุตสาหกรรมบล็อกเชนจะเติบโตมากถึง 43% ไปจนถึงปี 2573 ส่งผลให้การลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งเป็นสินทรัพย์ทีมีโอกาสเติบโตในอนาคตที่มีความน่าสนใจ