วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บิตคอยน์ร่วงกว่า1% เคลื่อนไหวที่ 19,035.9 ดอลล์

บิตคอยน์เทรดที่เว็บไซต์อินเวสต์ติง ดอท คอม เมื่อเวลา 05.34 น.ของวันนี้ (12ต.ค.)ปรับตัวร่วงลง 1.09% เคลื่อนไหวที่ 19,0.5.9 ดอลลาร์

การเคลื่อนไหวในแดนลบของ ราคาบิตคอยน์ ช่วงเช้าวันนี้มีขึ้นหลังจากดัชนีดาวโจนส์ ปิดวันอังคาร(11ต.ค.)ปรับตัวขึ้นในกรอบแคบ 36  จุด เพราะถูกกดดันจากการประมาณการทางเศรษฐกิจของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ขณะที่นักลงทุนคาดหมายว่าบริษัทจดทะเบียนจะรายงานผลประกอบการรายไตรมาสที่ไม่สู้ดีนัก

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 36.31 จุด หรือ 0.12% ปิดที่ 29,239.19 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี  500 ลดลง 23.55 จุด หรือ 0.65% ปิดที่ 3,588.84 จุด และ ดัชนีแนสแด็ก ลดลง 115.91 จุด หรือ 1.10% ปิดที่ 10,426.19 จุด

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ร่วงลงในช่วงแรก ท่ามกลางความกังวลที่ว่า การเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย

นอกจากนี้ ตลาดถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

การแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้นักลงทุนวิตกว่าจะส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่มีรายได้จากต่างประเทศ ส่วนการปรับตัวขึ้นของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ใช้อ้างอิงในการกำหนดราคาของตราสารหนี้ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงอัตราดอกเบี้ยจำนองของสหรัฐ จะทำให้ผู้บริโภคมีเงินสำหรับการใช้จ่ายลดน้อยลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการจ่ายเงินกู้จำนองเพิ่มมากขึ้น และบริษัทต่างๆจะเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากการชำระหนี้ ทำให้บริษัทเหล่านี้ลดการลงทุน และลดการจ่ายเงินปันผลแก่นักลงทุน

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อนโยบายการเงินของเฟด ดีดตัวเหนือระดับ 4.3% ในวันนี้ และอยู่สูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีและ 30 ปี

การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นดีดตัวสูงกว่าระยะยาว ส่งผลให้ตลาดพันธบัตรสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเศรษฐกิจถดถอย

นายเจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเจพีมอร์แกน เชส กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอยในกลางปีหน้า โดยได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ การดีดตัวของอัตราดอกเบี้ย และการที่รัสเซียส่งกำลังทหารบุกโจมตียูเครน

ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ในวันนี้ โดยได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2566 สู่ระดับ 2.7% จากเดิมที่ระดับ 2.9%