background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

นักลงทุน "สเตเบิลคอยน์" ได้ประโยชน์ "เงินบาทอ่อนค่า" สุดในรอบ 16 ปี

นักลงทุน "สเตเบิลคอยน์" ได้ประโยชน์ "เงินบาทอ่อนค่า" สุดในรอบ 16 ปี

"เงินบาทอ่อนค่า" สุดในรอบ 16 ปี ฟอร์เวิร์ด เผยนักลงทุนที่ถือ "สเตเบิลคอยน์" ตั้งแต่ก่อนเงินบาทอ่อนค่าได้ประโยชน์ จากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มสูงขึ้น แต่นักลงทุนที่เข้าซื้อเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีในขณะนี้ จะเสียประโยชน์จากการซื้อเหรียญในราคาที่แพงกว่าตลาดโลก

ราคาเหรียญสเตเบิลคอยน์ที่อ้างอิงราคาดอลลาร์ เหรียญสเตเบิลคอยน์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในตลาดคริปโทเคอร์เรนซี USDT ปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุระดับราคา 37 บาท เพิ่มขึ้นเกือบ 1% ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา 

นายชานน จรัสสุทธิกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Forward Holdings (ฟอร์เวิร์ด โฮลดิ้งส์) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่า มีผลกระทบต่อนักลงทุนในตลาดคริปโทเคอร์เรนซี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้ประโยชน์ และเสียประโยชน์

 

ค่าเงินบาทอ่อนค่าจากระดับ 33 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 37 ต่อ 1 ดอลลาร์ และอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนที่ถือเหรียญสเตเบิลคอยน์ที่อิงตามราคาดอลลาร์ เช่น 1 เหรียญยูเอสดีที (USDT) เท่ากับ 1 ดอลลาร์ตั้งแต่ช่วงก่อนที่ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าได้รับประโยชน์

แต่สำหรับนักลงทุนที่เพิ่งเข้ามาลงทุนในบิตคอยน์ หรือสกุลเงินคริปโทเคอร์เรนซีไม่ว่าเหรียญใดก็ตามในช่วงนี้ จะเสียประโยชน์จากการซื้อเหรียญในราคาที่แพงกว่าตลาดโลก จากการเทรดในประเทศไทยมักเทรดในสกุลเงินบาทในการซื้อขาย 

อย่างไรก็ตาม ตามหลักมูลค่าทรัพย์ ราคาบิตคอยน์หรือสกุลเงินดิจิทัลต่างๆ จะเพิ่มขึ้นเมื่อดอลลาร์อ่อนค่า แต่ด้วยสถานการณ์ในตลาดโลกที่เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ และดึงเงินออกไปจากตลาดทุน รวมถึงตลาดคริปโทฯ ทำให้ราคาตลาดคริปโทฯ ปรับตัวลดลง

โดย ค่าเงินบาทวันที่ 22 ก.ย.2565 เคลื่อนไหวที่ระดับ 37.33 บาทต่อดอลลาร์ หรือคิดเป็นการอ่อนค่าราว 0.35% จากวันก่อนหน้า ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.75% สู่ระดับ 3.00 - 3.25% ซึ่งนับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยในอัตรา 0.75% เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์