วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 10 November 2025

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 10 November 2025

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มย่อตัวลง หลังกลุ่มโอเปคพลัสเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบต่อเนื่อง

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 56-66 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 60-70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 10 November 2025

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (7 – 14 พ.ย. 68)

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับลดลงเนื่องจากอุปทานน้ำมันดิบโลกมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากกลุ่ม OPEC+ ที่ได้มีมติเพิ่มกำลังการผลิตในเดือน ธ.ค. 68 ขณะที่สหรัฐฯ ยังอยู่ในสภาวะ Government Shutdown อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับว่ายาวนานที่สุดตั้งแต่ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา และตัวเลขการเติบโตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐฯ อยู่ในระดับที่หดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 อย่างไรก็ตาม ความไม่สงบระหว่างรัสเซียยูเครนที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบโลกที่อาจตึงตัวมากขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้

• อุปทานน้ำมันดิบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่ม OPEC ในเดือน ต.ค. 68 เพิ่มขึ้น 0.03 ล้านบาร์เรลต่อวัน เทียบกับเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 28.43 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากประเทศซาอุดีอาระเบียและอิรัก ทั้งนี้ กลุ่ม OPEC+ 8 ประเทศซึ่งมีซาอุดีอาระเบียและอิรักรวมอยู่ด้วย มีมติเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในเดือน ธ.ค. 68 ปริมาณ 0.137 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ทำให้กำลังการผลิตส่วนเพิ่มสะสมตั้งแต่เดือน เม.ย. 68 จนถึงเดือน ธ.ค. 68 อยู่ที่ระดับ 2.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ปริมาณอุปทานน้ำมันมากกว่าอุปสงค์ในปี 2569 อยู่ที่ระดับ 2.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ กลุ่ม OPEC+ ตัดสินใจจะไม่เพิ่มการผลิตน้ำมันดิบในไตรมาส 1/69   เพื่อไม่ให้ตลาดน้ำมันดิบอยู่ในภาวะอุปทานล้นตลาดจนเกินไป

 

• ความไม่สงบทางการเมืองของสหรัฐฯ ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง หลังจากสหรัฐฯ อยู่ในสภาวะ Government Shutdown ตั้งแต่ 1 ต.ค. 68 ซึ่งยาวนานที่สุดที่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงวันที่ 22 ธ.ค. 61 ถึงวันที่ 25 ม.ค. 62 จากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างพรรค Democrat และพรรค Republican ในการผ่านร่างงบประมาณประจำปี 2569 ทั้งนี้ สำนักงานงบประมาณสหรัฐฯ ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วง Government Shutdown ราว 0.7-1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

•  เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงอ่อนแอ หลังจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตสหรัฐฯ เดือน ต.ค. 68 ลดลง 0.4 จุด เทียบกับเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 48.7 จุด โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 49.5 จุด และอยู่ในระดับที่หดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 อย่างไรก็ตาม ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของสหภาพยุโรป เดือน ต.ค. 68 เพิ่มขึ้น 0.2 จุด เทียบกับเดือนก่อนหน้า อยู่ที่ระดับ 50.0 จุด ทั้งนี้ ดัชนีสูงกว่า 50 จุดบ่งชี้ภาวะขยายตัว

•  ตลาดยังคงกังวลความไม่สงบระหว่างรัสเซียยูเครนที่ยังไม่มีท่าทีที่จะสิ้นสุด หลังล่าสุดยูเครนได้ใช้โดรนเพื่อโจมตีเมืองตูอัปเซของรัสเซียส่งผลให้เรือขนส่งน้ำมันอย่างน้อยหนึ่งลำได้รับความเสียหาย ซึ่งเมืองนี้เป็นเมื่องท่าสำคัญในการส่งออกน้ำมันหลักของรัสเซียในทะเลดำ

• ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ คือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค เดือน ต.ค. 68 ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรป ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือน ก.ย. 68 อัตราการจ้างงานไตรมาส 3/68 ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/68 และตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน ได้แก่ อัตราการว่างงาน เดือน ต.ค. 68 ยอดขายปลีก เดือน ต.ค. 68 ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือน ต.ค. 68
 

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (24 – 30 ต.ค. 68)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 0.48 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 60.32 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 0.92 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 64.26 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังจากตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ หลังล่าสุดได้บรรลุข้อตกลงทางการค้าเบื้องต้น ทำให้อัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนโดยเฉลี่ยลดลงจากระดับ 57% มาอยู่ที่ระดับ 47%

ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตจีนของสหรัฐฯ นาย Xie Feng กล่าวเตือนสหรัฐฯ ให้หลีกเลี่ยงประเด็นอ่อนไหวของจีน เช่น ประเด็นทางการเมืองกับไต้หวัน ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในจีน รวมถึงระบอบการเมืองการปกครองของจีน เพื่อให้ข้อตกลงทางการค้าระหว่างกันยังคงมีผลอยู่

ด้านสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 31 ต.ค. 68 เพิ่มขึ้น 5.2 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 421.2 ล้านบาร์เรล สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเพียง 603,000 บาร์เรล