ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีสาบานตน ณ อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ 20 ม.ค.68 ณ กรุงวอชิงตัน ทั้งนี้นโยบายสำคัญที่มีการกล่าวถึงในสุนทรพจน์ ได้แก่
1) ประกาศภาวะฉุกเฉินที่ชายแดนใต้เพื่อหยุดการเข้าเมืองผิดกฎหมาย 2) ยกเลิกกฎหมายพลังงานสีเขียวและฟื้นฟูการผลิตน้ำมัน 3) สร้างระบบการค้าและภาษีใหม่เพื่อปกป้องแรงงานอเมริกัน // ทั้งนี้ไม่มีการกล่าวถึงการจัดเก็บภาษีการค้าต่อจีน โดยมีรายงานว่าสหรัฐฯ อาจทำการศึกษาเกี่ยวกับการขึ้นภาษีและใช้แนวทางเจรจา (ขณะที่มีรายงานการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ว่าอาจเก็บภาษีแคนาดาและเม็กซิโก ตั้งแต่ ก.พ.68 เพื่อตอบโต้การละเลยการกำกับดูแลการเข้าเมืองทางชายแดนแบบผิดกฎหมาย) // ทั้งนี้การไม่มีความเห็นและการลงนามเรื่องจัดเก็บภาษีการค้า (tariffs) ทำให้บรรยากาศลงทุนผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งเห็นได้จากการอ่อนค่าลงของดัชนีค่าเงินสหรัฐฯ (Dollar index) ที่ลดเหลือ 108.06 จากวานนี้ที่ 109.40 จุด อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่ลดลง และความไม่แน่นอนอื่นๆ ยังอาจเป็นปัจัจยกดดันต่อตลาดซึ่งต้องติดตามต่อเนื่อง
ยังชอบหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรดี โดยเฉพาะกลุ่มบริโภคในประเทศ: หุ้นบริโภคในประเทศ คาดได้แรงหนุนเชิงบวกจาก 1) Easy e-receipt ที่จะเริ่มต้น 16 ม.ค.-28 ก.พ. 2) เงิน 10,000 บาท เฟส 2 ที่จะโดน 27 ม.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อ โดยเฉพาะต่อกลุ่มค้าปลีก อาทิ CPALL, CPAXT, TNP, MEB, HMPRO, COM7, ADVICE, SYNEX, SIS, CRC, CPN // สำหรับกลุ่มอาหาร – คาดรายงานกำไรไตรมาส 4/67 ดีขึ้นต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดปรับเพิ่มประมาณการและราคาเหมาะสมขึ้น เป็นปัจจัยหนุนต่อราคาหุ้นในช่วงต่อไป โดวเราชอบทั้ง CBG, OSP, CPF, BTG, TFG // กลุ่มธนาคาร คาดรายงานผลประกอบการทั้งหมดในสัปดาห์นี้
ในมุมมการเก็งกำไร หุ้นในกลุ่มที่ปรับลดลงมาเยอะก็น่าสนใจ: แม้บรรยากาศลงทุนระยะสั้นอาจจะยังมีความผันผวน แต่ด้วย valuation ของตลาดหุ้นโดยรวมที่อยู่อยู่ใกล้ระดับ 13x PER และมีหุ้นจำนวนมากถึง 58.83% ซื้อขายต่ำมูลค่าทางบัญชี (543 จาก 923 หลักทรัพย์)
ทำให้เราประเมินหุ้นขนาดใหญ่ที่ตลาดรับรู้ปัจจัยลบหรือผลประกอบการที่แย่ไปแล้ว มีโอกาสฟื้นตัว ถึงแม้บางตัวผลประกอบการไตรมาส 4/67 จะออกมาแย่ก็ตาม หุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ HANA, SCC, SCGD, SCGP, CREDIT, EGCO, RATCH, BCPG เป็นต้น
ภาพรวมกลยุทธ์ ยังมองบวกต่อตลาดในโซน 1,300-1,350 โดย กลุ่มโรงไฟฟ้าใหญ่และหุ้นปันผลสูงเริ่มกลับมาน่าสนใจจากผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง ขณะที่ยังมองกลุ่มผลประกอบการดี ใน 4Q67-1Q68 มีความน่าสนใจ โดยเราชอบ หุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว, การแพทย์, สื่อสาร, ค้าปลีก และอาหาร (เครื่องดื่มและเนื้อสัตว์) ขณะที่คาดธนาคาร และการเงิน จะเป็นกลุ่มช่วยประคองบรรยากาศโดยรวม //
แนวรับ: 1,320-1,333 แนวต้าน : 1,365-1,370 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
หุ้นแนะนำ (* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ นักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาเข้าซื้อ)
• EGCO (130) : ปัจจุบันซื้อขายที่ 6.5x PER และ 0.58x PBV ให้ผลตอบแทนคาดการณ์ที่ 5.9% ตัดขาดทุน 109 บาท
• CBG* (85): ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง จากต้นทุนการผลิตที่ปรับลดลง และการสร้างโรงงานที่พม่าบวกต่อการแย่งส่วนแบ่งการตลาด ตัดขาดทุน 70 บาท
• BTG (21) : คาดกำไร 4Q67F เพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากต้นทุนการผลิตที่ปรับลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรยังปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ตัดขาดทุน 17.50 บาท
• SNNP* (13.50): ผลประกอบการยังได้แรงหนุนจากต้นทุนการผลิตที่ลดลง ส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น ตัดขาดทุน 11.60 บาท
ประเด็นที่น่าสนใจ
- โดนัลด์ ทรัมป์ ให้คำมั่นว่าจะลงนามในคำสั่งพิเศษของฝ่ายบริหารในหลายประเด็น รวมถึงประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติที่ชายแดนเม็กซิโก รวมถึงพยายามลดภาวะเงินเฟ้อ และพร้อมประกาศภาวะฉุกเฉินทางพลังงาน รวมถึงยกเลิกข้อกำหนดรถยนต์ไฟฟ้า
- ทรัมป์ยังไม่ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าในวันแรก แค่สั่งศึกษานโยบายการค้า จี้ตรวจสอบจีน เม็กซิโก แคนาดา เป็นพิเศษ
- ราคาน้ำมันปาล์มโลก ร่วงต่ำสุดใน 3 เดือน เซ่นดีมานด์น้ำมันถั่วเหลืองพุ่ง
- TTB ปี 67 กำไรที่ 2.1 หมื่นลบ. เทียบกับปี 66 กำไรที่ 1.86 หมื่นลบ.
- บทวิเคราะห์วันนี้ : KKP แนะนำ ถือ เป้า 52 บาท/ TTB แนะนำ ซื้อ เป้า 2.16 บาท
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
23 ม.ค. – JP Balance of Trade (Dec)





