วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ ตลาดมีโอกาสพักฐาน แนะเลือกลงทุนรายกลุ่ม
ครม. ชัดเจนแล้ว รอการแถลงนโยบาย วานนี้มีการโปรดเกล้าฯ ครม. ชุดใหม่ ภายใต้การบริหารงานของ นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ลำดับถัดไป แนะติดตามการแถลงนโยบายของ ครม.ใหม่ ในวันที่ 11 กันยายน นี้
หากประเมินจากรายชื่อ ครม. จะเห็นว่ากระทรวงสำคัญทางเศรษฐกิจ อาทิ กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ยังคงอยู่กับพรรคเพื่อไทย เราจึงเชื่อว่ามีโอกาสสูงที่จะมีการนำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล คุณเศรษฐา มาดำเนินการต่อ แม้อาจจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบได้บ้างในบางโครงการ แต่ข้อดี คือจุดที่ปรับเปลี่ยนอาจทำให้การดำเนินการโครงการนั้นๆ สามารถทำได้ง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงจากการขัดต่อข้อกฎหมายต่างๆ สำหรับมุมมองการลงทุน เราคาดตลาดหุ้นไทยอาจมีแรงขายทำกำไร หรือเห็นการพักฐานได้ หลังดัชนีปรับขึ้นมาต่อเนื่อง ภายหลังได้นายกฯ ท่านใหม่ เราจึงแนะให้ลงทุนในกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวที่ชัดเจน อาทิกลุ่มโรงไฟฟ้า, ค้าปลีก และอาหาร เป็นต้น
ตัวเลขแรงงานอ่อนแรง ตลาดกลับมากังวลเศรษฐกิจถดถอย วานนี้มีการรายงานตัวเลขเปิดรับสมัครงาน (JOLTS) ประจำเดือน ก.ค. ของสหรัฐฯ โดยตัวเลขออกมาที่ 7.67 ล้านตำแหน่ง ลดลงจากเดือนก่อนหน้า และต่ำกว่าตลาดคาดที่ 8.1 ล้านตำแหน่ง ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจถดถอยอีกครั้ง
สะสมหุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากการบริโภคในประเทศ, การเบิกจ่ายงบประมาณ และได้ประโยชน์จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ติดตามความคืบหน้าการแถลงนโยบายรัฐบาลใหม่ทีจะยืนยันนโยบายเศรษฐกิจที่ได้ไปต่อ ซึ่งคาดจะบวกต่อกลุ่มค้าปลีก, รับเหมา, สื่อสารขนาดกลาง-เล็ก ได้แก่ CPALL, TNP, CPAXT, CBG, OSP, CK, STEC, SYNEX, SIS, SAMART, ITEL เป็นต้น รวมถึงหุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย อาทิ 1) กลุ่มการเงิน. 2) โรงไฟฟ้า และ 3) กลุ่มกองทุน REITs
ภาพรวมกลยุทธ์ ติดตามการแถลงนโยบายของ ครม. ชุดใหม่ ยังคาดกลุ่มคล้ายพันธบัตร และได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง อาทิ ไฟฟ้า รีทส์ แกร่งกว่าตลาด และใช้จังหวะผันผวนสะสมหุ้นที่โมเมนตัมกำไรยังเป็นขาขึ้น อาทิ สื่อสาร, อาหาร และค้าปลีก // กลุ่มท่องเที่ยวน่าสนใจจากการเข้าสู่ high season เราชอบ AOT, ERW, SPA
แนวรับ: 1,332-1,350 / แนวต้าน : 1,365 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
หุ้นแนะนำ (* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ นักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาเข้าซื้อ)
• CBG (72) : คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 3/67 ฟื้นตัว จากยอดขาย Energy drink ที่ดีขึ้น และคาดได้ประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ ตัดขาดทุน 67.5 บาท
• NSL* (35) : ผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีแรกของปี 67 เติบโตดี จากรายได้ที่เติบโตเด่น และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ตัดขาดทุน 27.50 บาท
• EGCO* (116) : ราคาหุ้นตอบรับผลประกอบการที่อ่อนแอจากการตั้งสำรองโครงการผลิตไฟฟ้าที่ต่างประเทศไปแล้ว ขณะที่ปัจจุบัน ตัดขาดทุน 93 บาท
• TU* (16) : คาดผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปีปรับดีขึ้นต่อเนื่อง จากการไม่มีส่วนแบ่งขาดทุนจาก Red Lobster ตัดขาดทุน 15.3 บาท
ประเด็นที่น่าสนใจ
- สหรัฐเผยตัวเลขเปิดรับสมัครงานต่ำกว่าคาดในเดือนก.ค.
- ครม.ชุดใหม่ เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ 6 ก.ย. ประชุมนัดพิเศษ 7 ก.ย. 67
- อสังหาภูเก็ต คาดปี 67 ลงทุนทะลัก 1.5 แสนล้านบาท
- “จุลพันธุ์” เผย “ดิจิทัลวอลเล็ต” จ่ายเป็นเงินสดบางส่วน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็วที่สุด
- ครม. อนุมัติ 5 มาตรการสกัดสินค้าผิดกฎหมายจากต่างประเทศ
- ต่างชาติเที่ยวไทย 8 เดือนแตะ 23.7 ล้านคน แม้สัปดาห์ที่ผ่านมาชะลอเล็กน้อย
- Nvidia หุ้นดิ่ง 9.5% มูลค่าตลาดร่วง 3 แสนล้านดอลลาร์ หลังสหรัฐเผยตัวเลขเศรษฐกิจอ่อนแอ
- “หุ้น Intel” จ่อหลุดดัชนีดาวโจนส์ หลังหุ้นร่วงมากกว่า 70% จากออลไทม์ไฮ ส.ค.2543
- BCH แนะนำ ซื้อ เป้า 19 บาท
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
5 ก.ย. – TH Inflation Rate (Aug)
6 ก.ย. – US Non Farm Payrolls (Aug), US Unemployment rate
9 ก.ย. – CN Inflation (Aug)