วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ ภาพรวมผันผวนรอรายงานการประชุมเฟด

สศช.รายงานเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/67 เติบโตต่ำแต่ยังสูงกว่าคาด สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไทย ไตรมาส 1/67 เติบโตเพียง +1.1% QoQ และ +1.5% YoY ซึ่งต่ำกว่าประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาค

อย่างไรก็ตามคิดเป็นการเติบโตดีกว่าคาดการณ์ที่ +0.6% QoQ และ +0.8% YoY และสามารถหลีกเลี่ยงการถดถอยทางเทคนิค (technical recession) ได้ หลังการเติบโตเร่งตัวขึ้นจากไตรมาส 4/66 ที่เติบโต -0.6% QoQ และ +1.7% YoY ทั้งนี้การเติบโตผลักดันมาจากการบริโภคภาคเอกชนและภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว โดยสศช.ปรับลดคาดการณ์การเติบโต GDP ปี 2567 เหลือ 2.5% (จากเดิม 2.7%) โดยหลักจากการปรับลดคาดการณ์ส่งออกเหลือโต 2% (จาก 2.9%) ขณะที่เพิ่มคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็น 36.5 ล้านคน (จาก 35 ล้านคน) และรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็น 1.38 ล้านล้านบาท (จาก 1.22 ล้านล้านบาท)

คาด GDP และผลประกอบการเร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง ความผันผวนในช่วง พ.ค.-มิ.ย. เป็นโอกาสทยอยเข้าลงทุน แม้ GDP ไตรมาส 1/67 จะยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตามการเร่งเบิกจ่ายในช่วงไตรมาส 3/67 และการมีมาตรการสนับสนุนกำลังซื้อ ทั้งการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท ในช่วง ต.ค. และมาตรการ Digital wallet คาดทำให้เศรษฐกิจและผลประกอบการมีแรงส่งที่เร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง 

หุ้นที่น่าสนใจในการเก็งกำไร 1) กลุ่มที่ผลประกอบการถูกปรับประมาณการขึ้น SCGP, PTTGC, KCE, CPF, BTG 2) ราคาซื้อขายต่ำ NAV หรือ PBV ได้แก่ PTTGC, SAMART, STA, SORKON, TTA, PSL 

 

ภาพรวมกลยุทธ์ อาจผันผวนหลังกรรมการเฟดหลายคนส่งสัญญาณคงดอกเบี้ย หรือปรับลดจำนวนครั้งของการลดดอกเบี้ย โดยติดตามรายงานการประชุมเฟดสัปดาห์นี้ การเก็งกำไรเน้นหุ้นที่ยังขึ้นน้อยกว่าตลาด (laggards) ช่วงสั้นหุ้นอิงการฟื้นตัวของจีนเช่นบรรจุภัณฑ์ และปิโตรเคมีน่าสนใจ และควรกำหนดจุดตัดขาดทุนรวมถึงเป้าขายทำกำไร แม้ยังชอบกลุ่มอาหาร/เนื้อสัตว์/อาหารสัตว์เลี้ยง แต่อาจระวังแรงทำกำไรระยะสั้นหลังงบออกมาดีตามคาด และจากเงินบาทที่เริ่มกลับมาแข็งค่าระยะสั้น

หุ้นแนะนำ: SCGP*, STA*, GUNKUL*, BBGI*

แนวรับ: 1,359-1,365 / แนวต้าน : 1,390 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ    

AIMC จ่อถก FETCO ผนึกกำลังสรุปข้อเสนอแนวทางฟื้น LTF ภายในปีนี้หวังปลุกชีพตลาดทุนไทย หารือร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน ในวันนี้ (21 พ.ค.) (อินโฟเควสท์)

จับตาตัวเลขเศรษฐสหรัฐฯ และถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่ Fed ดอลลาร์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก และ Bond yield สหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้น =จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ และถ้อยแถลงและเข้าหน้าที่เฟด

สภาพัฒน์ฯ จับตาสงครามการค้า สหรัฐ-จีน ดันสินค้าไม่มีคุณภาพทะลักเข้าไทย – จากการชะลอตัวมากกว่าที่คาดของเศรษฐกิจจีน และความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจและการค้าโลกโดยเฉพาะมาตรการกีดกันทางการค้าที่สหรัฐฯ ออกมาใช้กับประเทศจีน (การเงินธนาคาร)

"เรด ล็อบสเตอร์" ตำนานซีฟู้ดรายใหญ่สหรัฐ ยื่นล้มละลายจากพิษบุฟเฟต์กินไม่อั้น - Red Lobster เครือข่ายร้านอาหารทะเลรายใหญ่ของสหรัฐ และรายใหญ่ที่สุดของโลก ประกาศยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอฟื้นฟูกิจการและขอพิทักษ์ทรัพย์ตามมาตรา 11 ของกฎหมายล้มละลาย (อินโฟเควสท์) 

ITD จ่อปิดดีลจีน 400 ล้านดอลลาร์ ซื้อหุ้นโปแตช 49% รอดเกณฑ์ต่างด้าว (กรุงเทพธุรกิจ)

 

CFARM – บมจ.ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) (CFARM) กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ที่หุ้นละ 1.35 บาท จำนวนเสนอขาย 149,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ระยะเวลาจองซื้อตั้งแต่วันที่ 27-29 พ.ค.67 (อินโฟเควสท์)

SCB แจ้ง "วิชิต สุรพงษ์ชัย" ลาออกประธานบอร์ดจากปัญหาสุขภาพ (อินโฟเควสท์)

WARRIX ควักเงิน 66 ลบ. ซื้อคืน 10.92 ล้านหุ้น (ข่าวหุ้น)

ADVICE บวกนำกลุ่มสินค้าไอที รับ sentiment เงินดิจิทัลซื้อมือถือได้-เปิดจอง iPad รุ่นใหม่วันแรก

BJC ผู้บริหารหั่นเป้ารายได้ปีนี้เหลือโตแค่ 5-7% แนวโน้ม SSSG ไตรมาสนี้ยังติดลบ(อินโฟเควสท์)

IRPC - แนวโน้มผลประกอบการปีนี้เชื่อว่าจะกลับมาเป็นบวก ปัจจัยสนับสนุนมาจากทิศทางธุรกิจปิโตรเคมีฟื้นตัว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ ABS ซึ่งสเปรดเติบโตขึ้นชัดเจนถึง 2 เท่า (อินโฟเควสท์)

MAGURO เคาะฤกษ์เทรด mai ต้น มิ.ย.หลังปิดโรดโชว์คาดเปิดขายหุ้น IPO ปลายเดือนนี้ 

NEX ระบุว่าบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาแผนซื้อหุ้นคืน เชื่อมั่นในผลการดำเนินงาน ย้ำเป้ารายได้ในปีนี้แตะ 2 หมื่นลบ. โตเท่าตัวจากปีก่อน คาดว่าในครึ่งปีหลังยอดขายรถ EV จะพุ่งแรง (อินโฟเควสท์)


ประเด็นติดตาม:   22 พ.ค. – NVDIA earnings/ FOMC Minutes  / Initial Jobless Claims / JP Balance of Trade (Apr)  (* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)