พอร์ตหุ้นเดือนมีนาคมขยับขึ้นมา 0.4% สอดคล้องกับภาวะตลาดโดยรวม ในเดือนมีนาคม ตลาดหุ้นไทยยังคงผันผวนอย่างหนัก โดยที่อารมณ์ของตลาดดีขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์เพียงเล็กน้อย
ถึงแม้ว่าภาพของเศรษฐกิจโลกจะมีความชัดเจนมากขึ้นแล้ว จากการที่ภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงฟื้นตัวได้ดี และ ธนาคารกลางส่วนใหญ่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย แต่ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทยมากนัก โดยภาวะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ และ ความกังวลของนักลงทุนว่าดอกเบี้ยสหรัฐจะอยู่ในระดับ “สูงนานขึ้น” ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น และ เงินบาทอ่อนค่าลง นอกจากนี้ ค่าเงินบาทยังคงได้รับผลกระทบจากกระแสข่าวในประเทศเกี่ยวกับแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ กนง. และ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการใช้มาตรการ digital wallet เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สำหรับปัจจัยมหภาคภายในประเทศ เริ่มมีปัจจัยบวกเข้ามาบ้าง อย่างเช่นการที่รัฐสภาของไทยอนุมัติร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลปี 2567 ซึ่งน่าจะทูลเกล้าฯ ได้ภายในสัปดาห์นี้
มุมมองตลาดเดือนเมษายน: ตลาดน่าจะแกว่งขึ้นได้บ้าง แต่ upside เดือนนี้ยังจำกัด
เรามองบวกเล็กน้อยกับแนวโน้มดัชนี SET เดือนเมษายน และ คาดว่าจะฟื้นตัวกลับขึ้นไปเหนือระดับ 1,400 ได้ จากพัฒนาการของเศรษฐกิจในประเทศ โดยในประการแรก รัฐสภาผ่านร่างพรบ. งบประมาณรายจ่ายรัฐบาลปี 2567 เร็วกว่าที่คาดไว้ ซึ่งเมื่อประกอบกับการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ทำให้นักลงทุนมั่นใจมากขึ้นว่าอัตราการขยายตัวของ GDP ประเทศไทยน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วประการที่สอง เศรษฐกิจไทย และ หุ้นที่อ่อนไหวกับอัตราดอกเบี้ยน่าจะได้แรงหนุนจากความคาดหมายว่าจะดอกเบี้ยไทยจะเริ่มลดลงตั้งแต่ช่วงกลางปี 2567 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม เรามองว่า upside ของตลาดในระยะสั้นยังจำกัด เพราะเงินบาทอาจจะอ่อนค่าลงอีก และ ทำให้กระแสเงินทุนจากต่างชาติในตลาดหุ้นยังคงผันผวน เรามองว่าวันที่ 10 เมษายนจะเป็นวันที่มีความสำคัญกับตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในเดือนนี้ เพราะ กนง. มีกำหนดประชุมในวันนั้น ในขณะที่รัฐบาลก็มีกำหนดจะเปิดเผยแผนการระดมทุนสำหรับมาตรการ digital wallet ด้วย
หุ้นเด่นเดือนเมษายน: BSRC*, SPRC*, AAV*. AOT*, KTB*, LH* และ CK*
เนื่องจากเรามองว่าตลาดหุ้นน่าจะขึ้นได้เล็กน้อย โดยที่ upside ยังจำกัด เราจึงแนะนำให้นักลงทุนเลือกลงทุนเป็นรายตัว และ เลือกหุ้นตามธีมที่เราแนะนำในกลยุทธ์การลงทุนงวด 2Q67 โดยในธีมแรก เราชอบหุ้นโรงกลั่น ซึ่งได้แรงหนุนจากอุปสงค์ที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากอุปสงค์ในตลาดโลก และ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (BSRC* และ SPRC*) สำหรับธีมที่สอง เราชอบหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวซึ่งน่าจะได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งเกินคาดของการท่องเที่ยวไทย (AAV* และ AOT*) ธีมที่สาม เราเลือกหุ้นรับเหมา (CK*) เพราะคาดว่าการลงทุนภาครัฐจะเร่งตัวขึ้นหลังจากที่ร่าง พรบ. งบประมาณรายจ่ายรัฐบาลปี 2567 ผ่านการอนุมัติแล้ว ส่วนธีมทีสี่ เราเลือกหุ้น large-cap สองสามตัวที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงและราคาหุ้นยังถูกอยู่ อย่างเช่น KTB* และ LH*







