กลยุทธ์การลงทุนรายสัปดาห์ : บล.เคจีไอฯ น่าจะฟื้นตัวได้ หลังเผชิญปัจจัยลบมาพอสมควร

ตลาดหุ้นน่าจะเข้าสู่ช่วงรีบาวนด์ หลังจากผ่านพ้นจจัยลบต่างๆ ไปพอควรแล้ว ในสัปดาห์ที่แล้ว (26 กุมภาพันธ์–1 มีนาคม) ตลาดหุ้นไทยอ่อนแอกว่าที่เราคาดไว้
ถึงแม้ว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะประคองตัวได้ค่อนข้างดีท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่แข็งแกร่ง และ ความหวังว่าจีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม แต่ตลาดหุ้นไทยยังคงถูกกดดันจากกระแสเงินทุนไหลออก ทั้งนี้ บจ. ไทยประกาศผลประกอบการ 4Q66 ออกมาหมดแล้ว ซึ่งในภาพรวมออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดเอาไว้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะรายการพิเศษ และการด้อยค่าของบริษัทขนาดใหญ่สองสามแห่งกดดันกำไรสุทธิรวมของทั้งตลาด นอกจากนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับกรอบเวลาในการออกเกณฑ์ใหม่เพื่อคุมธุรกรรม short-selling และ program trading รวมถึงมีหุ้นหลักรายตัวที่ขึ้น XD ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็น
อีกหนึ่งปัจจัยที่กดดัชนีเอาไว้
ในสัปดาห์นี้ (4 – 8 มีนาคม) ดัชนี SET Index มีแนวโน้มจะ rebound ได้ แม้จะยังไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในเชิงปัจจัยพื้นฐานของไทย แต่ยังมีเหตุผลทาง tactical ที่น่าจะช่วยหนุนให้ตลาดดีดตัวขึ้น ข้อแรกคือช่วงประกาศงบ 4Q66 ผ่านพ้นไปแล้ว และราคาหุ้นตอบรับผลประกอบการที่ออกมาไปเรียบร้อยแล้ว ข้อสองคือ การปรับน้ำหนักหุ้นในดัชนี MSCI เดือนกุมภาพันธ์มีผลแล้ว ข้อสามคือ นักลงทุนมีความหวังมากขึ้นว่ารัฐบาลจะเร่งกระบวนการจัดทำพรบ. งบประมาณของไทย ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ว่าเศรษฐกิจไทยจะได้อานิสงส์จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐใน 2Q67
ติดตามถ้อยแถลงของประธาน Fed, ผลการประชุม ECB และตัวเลขการจ้างงานสหรัฐเดือนกุมภาพันธ์
ปัจจัยต่างประเทศ: มี 3 เหตุการณ์สำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ เหตุการณ์แรก คือถ้องแถลงของนาย Powell ประธาน Fed ต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารของสภาในวันที่ 6 มีนาคม ซึ่งความเห็นของเขาเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ และอัตราดอกเบี้ยสหรัฐอาจจะมีผลกับการเคลื่อนไหวของตลาด เหตุการณ์ที่สอง คือการประชุม ECB ครั้งที่ 2/2567 ในวันที่ 7 มีนาคม ซึ่ง consensus คาดว่า ECB จะยังคงอัตราดอกเบี้ย Refi เอาไว้ที่ 4.50% เหตุการณ์ที่สาม คือสหรัฐจะประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกุมภาพันธ์ในวันที่ 8 มีนาคม ซึ่งหากตัวเลขออกมาแข็งแกร่งเกินคาดอาจจะทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐดีดตัวขึ้นได้
ปัจจัยในประเทศ: หลังจากที่ผ่านช่วงส่งงบ 4Q67 และมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจเดือนมกราคมออกมาแล้ว เรามองว่าไม่ค่อยมีปัจจัยในประเทศจะส่งผลต่อตลาดในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ อย่างที่เราระบุไว้ในบทวิเคราะห์กลยุทธ์เดือนมีนาคม ว่าในขณะนี้ นักลงทุนกำลังมุ่งความสนใจไปที่การพิจารณางบประมาณรัฐบาลปี 2567 โดยรัฐบาลตั้งเป้าจะเร่งกระบวนการพิจารณาให้เร็วน และหวังว่าจะนำร่างพรบ. ขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2567
ยังคงเกาะอยู่กับธีมหุ้นในกลยุทธ์การลงทุนเดือนมีนาคมของเรา
ถึงแม้ว่าตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่แล้วจะอ่อนแอกว่าที่เราคาดไว้ แต่เรามองว่าตลาดน่าจะฟื้นตัวได้ในเดือนมีนาคม และ แนะนำให้นักลงทุนเกาะอยู่กับธีมการลงทุนในกลยุทธ์เดือนมีนาคมของเรา อย่างเช่น i) หุ้น global cyclical ที่จะได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก (PTTGC* และ SPRC*) ii) หุ้นผู้บริโภคที่ผลประกอบการออกมาแข็งแกร่ง และปัจจุบันมี upside สูง (CPALL*) และ iii) หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวที่จะยังคงได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวจีน (AAV*, AOT* และ ERW*) และ iv) หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างเพื่อเก็งกำไรจากกระบวนการพิจารณา พรบ. งบประมาณปี 2567 (CK* และ STEC*)







