วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ การเคลื่อนไหวหุ้นรายตัวสนับสนุนมุมมองตลาดเป็นบวก

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ การเคลื่อนไหวหุ้นรายตัวสนับสนุนมุมมองตลาดเป็นบวก

ตัวเลขเศรษฐกิจยังหนุนมุมมองเงินเฟ้อชะลอตัว (Disinflation) อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี สหรัฐฯ ปรับลดลงแตะจุด 3.85% ต่ำสุดในรอบ 2 เดือนจาก 5% ในช่วงปลาย ต.ค. หลังสหรัฐฯ รายงานประมาณการครั้งที่ 3 ของ GDP ไตรมาส 3/66 ที่ 4.9%

(ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 5.1%/ ประมาณการครั้งที่ 1 และ 2 อยู่ที่ 4.9% และ 5.2%)  เราประเมินว่าในภาวะที่ไม่มีจุดเปลี่ยนด้านโมเมนตัมที่สำคัญเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ตลาดจะยังคงมีแนวโน้มผันผวนไปตามการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจ และดัชนีชี้วัดเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ได้แก่ ดัชนีราคาการจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันที่ 22 ธ.ค. (ตลาดคาด พ.ย.ที่ +0.2% MoM และ +3.3% YoY จาก ต.ค.ที่ +0.2% MoM และ +3.5% YoY) ขณะที่แนวโน้มด้านการบริโภคที่ยังแข็งแกร่ง จะช่วยลดทอนความกังวลเศรษฐกิจถดถอย โดยตัวเลขสำคัญที่ตลาดจะติดตามได้แก่ Personal income พ.ย. (+0.4% MoM จาก ต.ค.ที่ +0.2% MoM), Personal spending พ.ย. (+0.3% MoM จาก ต.ค.ที่ +0.2% MoM) และ ความเชื่อมั่นผู้บริโภค ธ.ค. (ธ.ค. 69.4% ทรงตัวจาก พ.ย.ที่ 69.4% ขณะที่ตัวเลขความคาดหวังในอนาคตปรับดีขึ้น)

ปฏิกิริยาของหุ้นรายตัวยังสนับสนุนมุมมองบรรยากาศการเก็งกำไรเป็นบวก แม้ตลาดหุ้นไทยอาจไม่ได้เคลื่อนไหวมีแนวโน้มชัดเจน แต่บรรยากาศเก็งกำไรรายตัวปรับดีขึ้นสอดคล้องกับที่เราคาดการณ์ โดยมีหลักทรัพย์ปรับตัวขึ้นถึง 48% / ไม่เปลี่ยนแปลง 29% / ปรับลดลงเพียง 23% นอกจากนี้โดยจำนวนหุ้นที่ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20 วัน ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 460 หลักทรัพย์ จากเพียง 161 หลักทรัพย์เมื่อ 13 ธ.ค. ที่ผ่านมา เรายังคงมุมมองตลาดในช่วงปลายปีได้แรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนลดหย่อยภาษีจากกองทุน TESG ขณะที่ช่วงต้นปี คาดเม็ดเงินลงทุนต่างประเทศของนักลงทุนไทยที่เตรียมนำกลับมาจากต่างประเทศเพื่อ “reset ต้นทุน” บางส่วนจะถูกนำเข้ามาลงทุนในหุ้นไทย ซึ่งจะสนับสนุนการปรับขึ้นของตลาดในช่วงม.ค. หรือหนุนการเกิด January effect
 

หุ้นขนาดกลาง-เล็ก มีแนวโน้มเริ่มฟื้นตัวได้ดี หุ้นกลางและเล็กเริ่มอยู่ในจุดที่ผลตอบแทนและ Valuation เริ่มมีความจูงใจ ทำให้เราประเมินจะเห็นการเคลื่อนไหวที่ดีในกลุ่มเหล่านี้ในช่วงที่ตลาดไม่มีความเคลื่อนไหวจากเงินทุนต่างชาติที่ชัดเจน หุ้นในโซนล่างที่น่าสนใจ และมีโอกาสฟื้นตัวในช่วงสั้น ได้แก่ SVT, PSP, FORTH, FSMART, KEX (ควรเก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุน) 

ภาพรวมกลยุทธ์ แกว่งตัว 1,390-1,410 จุด โดยยังมองการฟื้นในหุ้นรายตัวจะทำให้ตลาดมีโอกาสขึ้นทดสอบ 1,430 จุด ในช่วงสิ้นปี กลุ่มหุ้นที่กระแสเงินสดดีและปันผลสูง ค่อนข้างยืนได้ดีและแข็งแกรงกว่าภาพรวม จะเป็นตัวประคองตลาด และอาจทำให้หุ้นกลางหุ้นเล็ก รวมถึงหุ้นไวต่อดอกเบี้ย ฟื้นได้ดีในช่วง 2 เดือนนี้

หุ้นแนะนำ: CPALL*, BSRC*, AAI*, SAMART*

แนวรับ: 1,390 / แนวต้าน : 1,405-1,430 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%

 


 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

R&I คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ A- คงมุมมองมีเสถียรภาพ”- บริษัท Rating and Investment Information, Inc. (R&I) ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ A- และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ (Stable Outlook)  (การเงินการธนาคาร) 

รัฐบาลขยายเวลาลดภาษี Eco car 2 ปี สิ้นสุด 2568 - มติครม. เห็นชอบขยายเวลาลดภาษีสรรพสามิต รถยนต์ Eco car 14% ออกไปอีก 2 ปี ถึงสิ้นปี 2568 หลังมาตรการเดิมสิ้นสุดธันวาคม 2566 นี้ หวังประคองรถยนต์อีโคคาร์เป็น Product Champion ของไทยต่อเนื่อง (ฐานเศรษฐกิจ)

ปตท.ทุ่มงบ 8.92 หมื่นล้าน ลงทุน 5 ปี มุ่งธุรกิจก๊าซธรรมชาติ-EV ครบวงจร” - ปตท. ไฟเขียวงบลงทุน 8.92 หมื่นล้าน 5 ปี ( ปี 67 -71) โดยสัดส่วน 65% เงินลงทุน 5.85 หมื่นล้าน มุ่ง"ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจ EV ครบวงจร" พร้อมเตรียมงบ 1.07 แสนล้าน รองรับโครงการลงทุนในช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงาน (ฐานเศรษฐกิจ)

XPG ติด Cash Blance – ตลาดหลักทรัพย์ จับ XPG ติดแคชบาลานส์ เริ่ม 22 ธ.ค. 66 – 11 ม.ค. 67    

TESG - ในกลุ่มที่มี ESG rating AAA และ AA ที่มีโอกาสเป็นเป้าหมายการเข้าซื้อ ได้แก่ ADVABC, BCP, CPALL, CPAXT, CPF, CRC, PTT, SCGP, TISCO, BCPG, BDMS, CPN, EA, EGCO, MAJOR, RATCH, SCB เป็นต้น

 

ประเด็นติดตาม: 22 ธ.ค. - US Core PCE, New Homes Sales

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)