วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ SVI การตุนสต็อกถูกยืดระยะออกไป

วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ SVI การตุนสต็อกถูกยืดระยะออกไป

อุตสาหกรรมมีแนวโน้มฟื้นตัว โดยการฟื้นตัวจะเร่งตัวขึ้นใน 2H67F มากกว่าใน 1H67F จากข้อมูลของ Semiconductor Industry Association (SIA) ยอดขาย semiconductor โลกในเดือนกันยายน 2566 อยู่ที่ 4.49 หมื่นล้านบาทดอลลาร์ฯ เพิ่มขึ้น 2% MoM แต่ลดลง 5% YoY

ถึงแม้ว่ายอดขายจะยังคงลดลง YoY แต่โมเมนตัมดีขึ้นซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่แสดงว่าอุตสาหกรรมกำลังอยู่บนวิถีของการฟื้นตัว
ยอดขาย semiconductor โลกในงวด 9M66 อยู่ที่ 3.77 แสนล้านดอลลาร์ฯ (-16% YoY) เรามองว่าสัญญาณที่ดีขึ้นจะเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันแนวโน้มการกลับมาตุนสต็อก (inventory restocking) อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบบางอย่างที่อาจจะฉุดรั้งการตุนสต็อกในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ซึ่งได้แก่ i) ความกังวลภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ii) ดัชนี ISM ภาคการผลิตอุตสาหกรรมลดลง และ iii) ดัชนี PMI ของจีนลดลง ดังนั้น การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมจึงน่าจะเร่งตัวขึ้นใน 2H67 มากกว่าใน 1H67

 

การตุนสต็อกที่ถูกยืดระยะออกไปจะทำให้ยอดขายทรงตัวใน 1H67F

ยอดขายของ SVI ถูกกระทบจากการที่คำสั่งซื้อบางส่วนถูกเลื่อนออกไป ซึ่งทำให้ยอดขายแผ่วใน 3Q67 ถึงแม้จะมีแนวโน้มการกลับมาตุนสต็อก แต่ SVI คาดว่ายอดขายน่าจะฟื้นตัวใน 2H67F เพราะ inventory restocking ที่ถูกยืดระยะออกไปจะทำให้รายได้ทรงตัวใน 4Q66F และ 1H67F ทั้งนี้ SVI ปรับลดเป้ารายได้ปี 2566F ลงจาก 740-750 ล้านดอลลาร์ฯ เหลือ 680 ล้านดอลลาร์ฯ ทั้งนี้ บริษัทมี backlog อยู่ประมาณ 600 ล้านดอลลาร์ฯ สำหรับอีก 12-15 เดือนข้างหน้า

 

 

กำไรจากธุรกิจหลักใน 4Q66F และปี 2567F จะไม่น่าสนใจ

เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักใน 4Q66F จะอยู่ที่ 241 ล้านบาท (-58% YoY, -0.3% QoQ) จากยอดขายที่ 156 ล้านดอลลาร์ฯ (-22% YoY, -2% QoQ) และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 8.7% (-2.3ppts YoY, -0.1ppts QoQ) เราปรับลดสมมติฐานยอดขาย และอัตรากำไรขั้นต้นลงเพื่อสะท้อนแนวโน้มล่าสุดของอุตสาหกรรม และปรับลดประมาณการกำไรจากธุรกิจหลักปี 2566F ลง 12% และปี 2567F ลง 15%

Valuation & action

เราปรับลดราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 เหลือ 6.80 บาท จากเดิมที่ 8.00 บาท อิงจาก PER ที่ 15.0x (เท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีตของ Hana Microelectronics (HANA.BK/HANA TB)* -0.25 S.D.) และคงคำแนะนำ “ถือ”

Risks

ภัยธรรมชาติ, มีการปิดโรงงานนอกแผน, ลูกค้าเปลี่ยนไปสั่งสินค้าจาก supplier รายอื่น, ขาดแคลนวัตถุดิบ, เงินบาทแข็งค่าขึ้น (เราใช้สมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนปี 2566 ที่ 34.80 บาท/ดอลลาร์ฯ และปี 2567 ที่ 33.50 บาท/ดอลลาร์ฯ) และความล่าช้าในกระบวนการทดสอบผลิตภัณฑ์

 

 

วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ SVI การตุนสต็อกถูกยืดระยะออกไป