เรากลับออกจากการประชุมนักวิเคราะห์ด้วยความรู้สึกกลาง ๆ ทั้งนี้ ตั้งแต่ ADVANC ซื้อ 3BB เสร็จเรียบร้อยในวันที่ 15 พฤศจิกายน ADVANC ก็มีส่วนแบ่งตลาดตามรายได้สูงที่สุดที่ 46% (จากเดิม 20%)
โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 4.7 ล้านราย และ ARPU รวมอยู่ที่ 507 บาท (ของ AIS อย่างเดียวอยู่ที่ 428 บาท และของ TRUE อยู่ที่ 475 บาท) (Figure 1) ทั้งนี้ ผู้บริหารคาดว่า penetration rate ของตลาด FBB จะสูงขึ้นจากปัจจุบันที่ 50% เป็น 52-53% (ในกรณีฐาน) และเป็น 60-70% (ในกรณีที่ดีที่สุด) จากการขยายบริการในย่านชานเมือง ในขณะที่ ADVANC คาด่วารายได้จากบริการ FBB จะเพิ่มขึ้น 5-8% YoYต่อปี จากจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับ ARPU ที่เพิ่มขึ้น
AIS จะได้ประโยชน์จาก synergy ภายใต้แบรนด์ AIS-3BB Fiber อย่างไร…?
ADVANC เห็นโอกาส (Figure 3) ในการที่จะ i) upsell แพ็คเกจที่ราคาสูงขึ้นด้วยบริการที่เหนือกว่าโดยอิงตามลักษณะของลูกค้า ii) cross-sell ผลิตภัณฑ์ เช่น content platform (HBO, Netflix) และ free wi-fi iii) เสนอบริการมือถือโดยขายพ่วงแพ็คเกจกับทั้งผู้ใช้บริการมือถือ AIS และค่ายอื่น ๆ ทั้งนี้ ADVANC ตั้งเป้าจะดึงลูกค้า TTTBB ที่เป็นลูกค้า TRUE ให้ย้ายค่ายมา AIS ให้ได้ 50% นอกจากนี้ ยังจะมี synergy จากการดำเนินงานอีกจากการประหยัดงบลงทุน (CAPEX) (1-2 พันล้านบาทต่อปี) / ประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานร (400-800 ล้านบาทต่อปี) / เพิ่มรายได้ (150-300 ล้านบาทต่อปี)
Financial impact
ADVANC คาดว่า 3BB จะขาดทุน 2.0 พันล้านบาทในปี 2566F เมื่อรวมผลการดำเนินงานของ 3BB และ JASIF แล้วเราน่าจะเห็นผลต่อกำไรสุทธิ ADVANC ปี 2566-67 เป็นลบเล็กน้อย ก่อนที่จะพลิกฟื้นได้ตั้งแต่ปี 2568F เป็นต้นไป (Figure 2) จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากผลขาดทุนในอดีต, การเติบโตของธุรกิจ, synergy, ค่าเช่าที่ลดลง, ส่วนแบ่งกำไรจาก JASIF ซึ่งจะมีน้ำหนักมากกว่าต้นทุนดอกเบี้ยจากการซื้อกิจการ ทั้งนี้ ในช่วงที่มีการรวมกิจการในปี 2567-68 จะมีต้นทุนในการรวมกิจการ 500-700 ล้านบาท โดยผู้บริหารคาดว่าจะไม่มีการหัก amortization ของ PPA หรือไม่มีกำไรจากการซื้อ เพราะมูลค่า
ยุติธรรมกับราคาที่เข้าไปซื้อแทบไม่แตกต่างกัน เราคิดว่าตลาดน่าจะทยอยรวม 3BB และ JASIF ในประมาณการโดยเราคาดว่า 3BB และ JASIF จะทำให้กำไรปี 2568F เพิ่ม 2-4% และราคาเป้าหมายเพิ่ม 4-5 บาท
Valuation and action
เรายังแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย DCF ที่ 258.00 บาท (WACC 6.7%) และเงินปันผลจะอยู่ที่ 4% ทั้งนี้ โมเมนตัมจะได้แรงส่งจากแนวโน้มกำไรที่ดีขึ้นซึ่งเราไม่ได้เห็นมาหลายปีแล้ว โดย ARPU ที่เพิ่มขึ้นของทั้งธุรกิจมือถือ และ FBB จะมาจากการที่บริษัทเน้นลูกค้าที่มีคุณภาพ, การปรับราคาในตลาด, และการมุ่งขายแพ็คเกจที่มีมูลค่าสูง ทั้งนี้ ในภาวะที่เศรษฐกิจผันผวนเรามองว่าหุ้น ADVANC เหมาะกับนักลงทุนประเภท defensive ที่ต้องการหาอัตราผลตอบแทนในระดับปานกลางและการเติบโตแบบไม่ต้องกังวลนอกจากนี้ เรายังคงคาดว่ากำไรสุทธิใน 4Q66F จะดีที่สุดในรอบปีนี้ และเพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY
Risks
การแข่งขันที่เข้มข้น, กำลังซื้อผู้บริโภคอ่อนแอ, และค่าเสื่อมราคา & amortization สูง





