background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี KBANK - รักแล้วรอหน่อย

วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี KBANK - รักแล้วรอหน่อย

KBANK ซื้อหุ้นเพิ่มใน PT Bank Maspion Indonesia ประเทศอินโดนีเซีย เพิ่มทุนแบบ pre-emptive right III

KBANK แจ้งตลาดฯ ว่า Kasikorn Vision Financial Company Pte. Ltd. (KVF) และ PT. Kasikorn Vision Financial Indonesia (KVFI) ซึ่งเป็น บริษัท ลูกของ KBANK ได้เข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มใน PT Bank Maspion Indonesia Tbk (BMAS)
ประเทศอินโดนีเซีย ตามกระบวนการเพิ่มทุนแบบ pre-emptive right III (PMHMETD III) ของ BMAS ซึ่งทำให้สัดส่วนการถือหุ้นใน BMAS ของ KBANK ในปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 84.55% 

นอกจากนี้ KBANK ยังได้เปิดตัวบริการ Quick Response Code Indonesia Standard (QRIS) เพื่อรองรับลูกค้ารายย่อย และ ลูกค้าในภาคธุรกิจอีกด้วย ทั้งนี้ ในเดือนธันวาคมปี 2022 KBANK ได้ลงทุน 7.5 พันล้านบาทเพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน BMAS เป็น 67.5% คิดเป็น P/BV ที่ 4.2x, P/E ที่ 80-90x และ RoE ที่ 6% ซึ่งถือว่าค่อนข้างแพง ขณะที่ดีลนี้ถือว่าเล็กมากเมื่อเทียบกับขนาดงบดุลของ KBANK (0.8% ของสินทรัพย์) และกำไรสุทธิของ KBANK (0.5% ของกำไร) ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายนปี 2020, KBANK ได้ลงทุน 4.2 พันล้านบาท เพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารแห่งนี้เป็น 40% จาก 9.99% (ในปี 2017)

 

หนทางการเติบโตยังอีกยาวไกลสำหรับ BMAS

ถึงแม้ว่า BMAS จะเป็นธนาคารขนาดเล็ก แต่มีสาขามากกว่า 50 แห่งที่ครอบคลุมเมืองหลักๆ ในประเทศอินโดนีเซีย โดยจะมุ่งเน้นสินเชื่อในพอร์ตของธนาคารเป็นสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่มากขึ้น ทั้งนี้ เนื่อง KBANK เป็นผู้บุกเบิกทางด้าน digital
banking/ mobile banking เราจึงเชื่อว่า KBANK จะได้ข้อมูลลูกค้ามาช่วยในการเรียนรู้พฤติกรรมเพื่อต่อยอดพัฒนาสินค้าเพื่อตรงกลุ่มเป้าหมายและตอบโจทย์ความต้องการได้ต่อไป  นอกจากนี้ BMAS ยังตั้งเป้าจะขึ้นเป็นหนึ่งใน top 20 ของธนาคารในประเทศอินโดนีเซียในแง่ของสินเชื่อรวมภายในปี 2027F  ทั้งนี้หากพิจารณาในแง่ของสินทรัพย์รวม BMAS ยังห่างไกลมากเมื่อเทียบกับธนาคารขนาดใหญ่

 

โดยในปี 2022 BMAS มีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 15 ล้านล้าน rupiah (ประมาณ US$1 พันล้านบาท หรือ 3.5 หมื่นล้านบาท) และกำไรสุทธิอยู่ราว 1.20 แสนล้าน rupiah (US$7.8 ล้าน หรือ 273 ล้านบาท, +36% yoy) ในขณะที่ มูลค่าสินทรัพย์ในปี 2022 ของธนาคารขนาดที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซียอย่าง Bank Rakyat Indonesia อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านล้าน rupiah และของ PermataBank อยู่ที่ ประมาณ 255 ล้านล้าน rupiah

 

รอการกลับมาของการจ่ายเงินปันผลที่น่าดึงดูด

เรามีมุมมอง Neutral ต่อ KBANK ซึ่งถึงแม้ว่าอาจจะไม่มีการเติบโตของสินเชื่อในปี 2023 หรือโตเพียง1-2% yoy ซึ่งต่ำกว่าเป้าเมื่อต้นปีที่ 5-7% อย่างมีนัยสำคัญ และเติบโตต่ำกว่าประมาณการ GDP ในปีนี้ของ ธปท. ที่คาดอยู่ที่ 2.8% รวมถึงหุ้น
ธนาคารไทยอยู่ในช่วงปลายวัฏจักรของดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งจะทำให้การเพิ่มขึ้นของ NIM จะสิ้นสุดลงใน 4Q23F หรือ 1Q24F ขณะที่ credit cost คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูง เราเชื่อว่าเมื่อธนาคารจบกระบวนการปรับปรุงและ cleanup งบดุล (ขาย
NPL และ write-off NPL) แล้ว คุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารจะดีขึ้นตามลำดับ ส่งผลให้ credit cost ลดลงต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน สัดส่วน coverage ratio ที่ 155% ก็ถือว่ายอมรับได้ และมี CET Tier 1 อยู่ที่ 16.67% ซึ่งสูงกว่าระดับเมื่อปี 2019 ทั้งนี้ จากความพยายามเชิงรุกของธนาคารในการปรับปรุงคุณภาพสินทรัพย์ เราจึงมองว่าอาจจะคุ้มค่าที่จะรอให้ธนาคารกลับมาจ่ายปันผลที่ระดับ 5.00 บาทได้เหมือนเมื่อปี 2019 อีกครั้งภายใน 2-3 ปี จากนี้

 

 

วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี KBANK - รักแล้วรอหน่อย