วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (12 ต.ค. 66) ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังซาอุดิอาระเบียให้คำมั่นจะช่วยรักษาเสถียรภาพตลาดน้ำมัน
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคาน้ำมัน
- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส และ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับลดลง หลังซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในกลุ่มโอเปคพลัส ออกมาประกาศว่าจะใช้ความพยายามร่วมกับพันธมิตรทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติในการป้องกันการลุกลามของสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส รวมทั้งจะสร้างเสถียรภาพในตลาดน้ำมัน ซึ่งจากแถลงการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านอุปทานน้ำมัน
+/- ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมของคณะกรรมการกำกับนโยบายการเงินประจำวันที่ 19-20 ก.ย. 66 ซึ่งได้พิจารณาถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯ และภาวะในตลาดการเงินที่ยังคงมีความไม่แน่นอน กรรมการเฟดจึงมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
- นักวิเคราะห์จากบริษัท OANDA กล่าวว่า ราคาน้ำมันยังคงได้รับแรงกดดันจากปริมาณการใช้น้ำมันที่ปรับลดลงในสหรัฐฯ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และภาวะเศรษฐกิจถดถอยของเยอรมนี หลังรัฐบาลเยอรมนีคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของประเทศในปีนี้มีแนวโน้มปรับลดลง 0.4% จากผลกระทบของภาวะเงินเฟ้อสูง
- หลังตลาดปิด สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐฯ (API) เผย ตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์ สิ้นสุด ณ วันที่ 6 ต.ค. 66 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.9 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 5 แสนบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากปริมาณการส่งออกน้ำมันเบนซินของจีนที่มีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตลาดคาดว่าความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในอินเดียมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นหลังหมดช่วงฤดูฝน อย่างไรก็ตาม อุปทานในเวียดนามมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น หลังโรงกลั่นในประเทศกลับมาดำเนินการผลิตภายหลังปิดซ่อมบำรุงตามแผน









