ทางเทคนิค คาด SET Index อ่อนตัว แนวรับ 1,420/1,405 จุด แนวต้าน 1,440/1,445 จุด โดยดัชนีฯ อยู่ระหว่างลงไปหาจุดต่ำสุด ของรูปแบบ Downtrend กรอบ 1,405-1,556 จุด
ส่วนสัญญาณการเข้าซื้อรอบใหม่ จะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีสัญญาณ Reversal Pattern และยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 5 วัน และ 10 วัน อยู่ที่ 1,445 จุด และ 1,462 จุด ตามลำดับ)
ประเด็นสำคัญวันนี้ จับตา
- *ผลประชุมครม. วันนี้ จะมีรองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ภูมิธรรม เวชชยชัย เป็นประธานการประชุม ทำให้คาดว่าจะยังไม่มีการพิจารณาเกี่ยวกับ มาตรการลดค่าครองชีพเพิ่มเติม อาทิ การปรับลดราคาสินค้า (กระทรวงพาณิชย์ อยู่ระหว่างพิจารณาต้นทุนราคาสินค้าเนื้อสัตว์ อาหาร ฯลฯ) และราคาน้ำมันเบนซิน (กระทรวงพลังงาน กำลังพิจารณาออกมาตรการกาหนดค่าการตลาดไม่ให้เกิน 2 บาท/ลิตร ในทุกประเภทน้ำมัน แทนที่จะเป็นค่าเฉลี่ยของทั้งหมด หรือการขอความร่วมมือเหมือนในอดีต) เนื่องจากนายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางเยือนต่างประเทศ ฮ่องกง บรูไน มาเซีย สิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 8-12 ต.ค. (โดยวันนี้เดินทางไปบรูไน ส่วนวันที่ 11-12 ก.ย. เดินทางไปมาเลเซียและสิงคโปร์ ตามลำดับ) ส่วนนายกฯ จะกลับมาทำหน้าที่ประธานในการประชุมครม. วันที่ 16 ต.ค. โดยคาดว่ากระทรวงคมนาคมจะเสนอให้ครม. พิจารณาเห็นชอบการใช้นโยบายค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สำหรับสายสีม่วงและสายสีแดง
+ IMF รายงานประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2023-24E (ล่าสุด ณ วันที่ 12 ก.ค. 2023 ประเมินเศรษฐกิจโลกปี 2023-24E เติบโต 3% (เดิม 2.8%) และ 3% (เท่าเดิม) ตามลำดับ โดยคาดการณ์เศรษฐกิจ US 1.8% (เดิม 1.6%) และ 1%, EU 0.9% และ 1.5%, China 5.2% และ 4.5% , Japan 1.4% และ 1% เราคาดว่าการปรับประมาณการเศรษฐกิจโลกจะเติบโตขึ้นเล็กน้อยในปีนี้ โดยมีแรงหนุนจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจญี่ปุ่น ที่เติบโตดีกว่าคาด ช่วยลดผลลบจากเศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัวช้า ส่วนแนวโน้มปี 2024E คาดว่ามีความเสี่ยงเชิงลบ จากความเปราะบางจากดอกเบี้ยสูง และเงินเฟ้อสูงกว่ากรอบเป้าหมายในหลายประเทศ ส่งผลต่อความเสี่ยงเกิดภาวะ Stagflation ในหลายประเทศ อาทิ US EU ฯลฯ อย่างไรก็ดี FED ECB BOE อาจเริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงินใน 2H24E จากเงินเฟ้อพื้นฐานที่ลดลง
- US มุมมองประธานเฟด สาขาต่าง ๆ ต่อทิศทางคุมเข้มทางการเงิน วันนี้ จับตา สุนทรพจน์ Fed Atlanta Bostic, Fed San Francisco (Non-Voters), Fed Governor Waller, Fed Minneapolis Kashkari (Voters) คาดส่งผลต่อยิลด์พันธบัตรสหรัฐฯ และทิศทางค่าเงิน USD (เป็นลบต่อตลาดหุ้น หากสนับสนุนเฟดคงดอกเบี้ยยาวนานหรือปรับขึ้นดอกเบี้ย)
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญวันนี้ จับตา
+/-US: รายงาน Wholesale Inventories เดือน ส.ค. โดย Consensus คาด -0.1% MoM (Vs เดือน ก.ค. -0.2% MoM) และ Consumer Inflation Expectations (ผลสำรวจมุมมองเงินเฟ้อในช่วง 1 ปี ข้างหน้า จากกว่า 1.3 พันครัวเรือน) เดือน ก.ย. คาดลดลงมาอยู่ที่ 3.2% (Vs เดือน ส.ค. 3.6%) (Figure 2) ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจผจก.กองทุนโลกเดือน ก.ย. (FMS) ที่ 69% เชื่อว่าแนวโน้มเงินเฟ้ออยู่ในทิศทาง ขาลง อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อที่ลดลงช้าและยังต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย 2% ยังคงเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นโลก เห็นได้จากผจก. กองทุนโลกให้น้ำหนักสูงสุดอันดับแรก (40%) ว่าอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง จะส่งผลต่อธนาคารกลางโลกคงนโยบาย Hawkish ยาวนาน (Figure 3)
+/-Japan: รายงานผลสำรวจเศรษฐกิจ Eco Watcher Survey เดือน ก.ย. ทั้งในภาวะปัจจุบัน (Current) และแนวโน้ม (Outlook) พบว่า ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 54 และ 51.5 (Vs เดือน ส.ค. 53.6 และ 51.4) ตามลำดับ ซึ่งจะสะท้อนโมเมนตัมเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของเศรฐกิจญี่ปุ่น
กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ หลักทรัพย์ที่มีโมเมนตัมบวก จากการปรับประมาณการราคาเป้าหมายของ โบรกเกอร์ ได้แก่ ICHI RBF CPAXT
Strategic daily picks
ICHI ปิด 17.40 บาท/แนวรับ 16.60 บาท แนวต้าน 18.00 บาท
ICHI ปรับเพิ่มยอดขายปี 2023 เป็น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหรือ 7.6 พันล้านบาท จากเดิมคาดจะเติบโต 15.3% หรือ 7.3 พันล้านบาท หลังเห็นแนวโน้มการเติบโตดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิต ด้วยการลงทุนเครื่องจักรใหม่ มูลค่า 460 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต 1,700 ล้านขวด/ปี ส่วนธุรกิจรับจ้างผลิต คาดจะแล้วเสร็จและดำเนินการได้ใน 4Q24 Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิ 3Q23 และปี 2023 ที่ 291 ล้านบาท และ 965 ล้านบาท ตามลำดับ และมูลค่าเหมาะสมที่ 18.78 บาท
RBF ปิด 11.00 บาท/แนวรับ 10.40 บาท แนวต้าน 11.60 บาท
RBF คาดทิศทางผลการดำเนินงานใน 3Q-4Q23 จะสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องจากกำลังซื้อต่างประเทศที่ยังมีการเติบโตเพิ่มขึ้น เช่น อินเดีย, จีน, อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น ซึ่งจะเป็นปัจจัยช่วยหนุนผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2023 เติบโตไปตามเป้าหมายในระดับ Double digit จากปีก่อนที่ราว 3,968.31 ล้านบาท Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิ 3Q23 และปี 2023 ที่ 178 ล้านบาท และ 656 ล้านบาท ตามลำดับ และมูลค่าเหมาะสมที่ 12.63 บาท
CPAXT ปิด 32.00 บาท/แนวรับ 30.00 บาท แนวต้าน 33.75 บาท
CPAXT เผย 2H23 เพิ่มโอกาสทางการขาย ด้วยการขยายสาขาในหลากหลายรูปแบบทั้งในและต่างประเทศ ประกอบด้วยสาขาขนาดใหญ่ 8-10 สาขา และขนาดกลางและเล็ก 70-80 สาขา ส่วนแผนการขายนอกร้าน บริษัทได้วางงบลงทุนกว่า 2.5 พันล้านบาท ในการพัฒนาระบบออนไลน์และโครงสร้างพื้นฐาน โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายนอกร้านเป็น 15-20% ในปี 2024 Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิ 3Q23 และปี 2023 ที่ 1.92 พันล้านบาท และ 9.62 พันล้านบาท ตามลำดับ และมูลค่าเหมาะสมที่ 38.32 บาท







