วิเคราะห์สถานการณ์ ราคาน้ำมัน (14 ก.ค. 66) ราคาน้ำมันดิบ ปรับเพิ่ม

วิเคราะห์สถานการณ์ ราคาน้ำมัน (14 ก.ค. 66) ราคาน้ำมันดิบ ปรับเพิ่ม

วิเคราะห์สถานการณ์ ราคาน้ำมัน (14 ก.ค. 66) ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ชะลอตัวลง

วิเคราะห์สถานการณ์ ราคาน้ำมัน (14 ก.ค. 66) ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคาน้ำมัน

+ ราคาน้ำมันดิบ ปรับเพิ่มมากกว่า 1% แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือน หลังตัวเลขอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด ทั้งนี้ตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเพียง 1 ครั้งในปีนี้ ก่อนยุติวงจรดอกเบี้ยขาขึ้น

+ ราคาน้ำมัน ยังได้รับแรงหนุน จากการหยุดผลิตน้ำมันดิบในประเทศลิเบีย เพื่อประท้วงต่อต้านการลักพาตัว นาย Faraj Bumatari อดีตรัฐมนตรีการคลัง โดยการประท้วงจะดำเนินต่อไป จนกว่าจะมีการปล่อยตัวนาย Faraj Bumatari ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบที่ผลิตจากลิเบีย หายไปอย่างน้อย 3.7 แสนบาร์เรลต่อวัน

+ รายงานประจำเดือน ก.ค. 66 ของกลุ่มโอเปค (OPEC) เผย ตัวเลขอุปสงค์น้ำมันโลกในช่วงครึ่งปีหลัง จะปรับเพิ่มขึ้น 2.44 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนที่แล้วถึง 9 หมื่นบาร์เรลต่อวัน โดยอุปสงค์หลักมาจากจีนและอินเดีย ที่ยังมีอัตราการใช้น้ำมันอยู่ในระดับสูง

+ นาย Craig Erlam นักวิเคราะห์อาวุโส เผยว่าราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นถึง 11% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้เป็นผลมาจากซาอุดิอาระเบีย ที่ขยายการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ออกไปจนถึงเดือน ส.ค. 66 และรัสเซียที่จะลดการส่งออกน้ำมันดิบ 5 แสนบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ส.ค. 66 นี้เช่นกัน

 

 


 

ราคาน้ำมันเบนซิน

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์น้ำมันเบนซินของอินโดนีเซียปรับสูงขึ้น ทั้งนี้ ราคายังได้รับแรงหนุน จากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ที่ปรับลดลง 4 พันบาร์เรลมาแตะที่ระดับ 219.452 ล้านบาร์เรล

 

ราคาน้ำมันดีเซล

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์น้ำมันดีเซลของเวียดนามเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากตัวเลขการส่งออกน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้นจากจีน

 

วิเคราะห์สถานการณ์ ราคาน้ำมัน (14 ก.ค. 66) ราคาน้ำมันดิบ ปรับเพิ่ม