วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก ลุ้น Rebound ต่อ

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก ลุ้น Rebound ต่อ

วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ระหว่างวันดัชนีรีบาวนด์แรง ราว +20 จุด หลังจากปรับตัวลงต่อเนื่อง แต่ปิดตลาดเหลือ +12 จุด มีแรงซื้อกลับในหุ้นที่ปรับตัวลงมามากในช่วงก่อนหน้า

ในหุ้นกลุ่มพลังงาน ที่ได้ปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น ส่วนแรงขายมาจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,479.57 จุด +12.64 จุด +0.86% มูลค่าการซื้อขาย 52,741 ลบ.ต่างชาติ +1,148.28 ลบ. TFEX +12,478 สัญญา ตราสารหนี้ +4,881.73 ลบ.

 

ปัจจัยบวก  

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 269.76 จุด หรือ +0.80% ได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังจากเฟด ระบุว่า ธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐทั้ง 23 แห่งสามารถผ่านการทดสอบภาวะวิกฤติ (Stress Test) ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินของสหรัฐ และช่วยบดบังปัจจัยลบจากความวิตกกังวลว่าเฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดเพิ่มขึ้น 30 เซนต์ +0.43% ปิดที่ 69.86 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้แรงหนุนจากสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่การซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าภาวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก
+ สหรัฐเปิดเผย GDP 1Q66 ขยายตัว 2.0% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.4% ขณะที่ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 26,000 ราย สู่ระดับ 239,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 265,000 ราย
+ กระทรวงการคลังรายงานว่าภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนพ.ค.ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการท่องเที่ยวที่ขยายตัวต่อเนื่อง การบริโภคภาคเอกชนฟื้นตัว และอัตราเงินเฟ้อปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ขณะที่การส่งออกแม้ยังหดตัวและในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า

 

ปัจจัยลบ

- เกิดเหตุกลุ่มผู้ประท้วงยิงพลุใส่ตำรวจและจุดไฟเผารถไปหลายคันในเมืองน็องแตร์ ย่านชานเมืองของกรุงปารีส เป็นคืนที่สองติดต่อกัน เพื่อประท้วงกรณีที่วัยรุ่นชายอายุ 17 ปีรายหนึ่งถูกตำรวจฝรั่งเศสยิงเสียชีวิตขณะโดนเรียกให้หยุดรถ

- The Boutique Adventurer ซึ่งเป็นเว็บไซต์ด้านการเดินทางเปิดเผยรายชื่อ 29 สนามบินที่อันตรายที่สุดในโลกประจำปี 2566 โดยสนามบินดอนเมืองของไทยติดอันดับที่ 26
- ส.อ.ท.จับตาใกล้ชิดหลังส่งออกไทยติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 เริ่มกระทบภาคอุตสาหกรรม 25 กลุ่มในแง่ของกำลังการผลิตลดลง ทำให้ผู้ผลิตยังคงประคองตัวเพื่อรักษาแรงงาน
 

แนวโน้มตลาดวันนี้    

คาดดัชนีในวันนี้ลุ้น Rebound ต่อ โดยมีแรงหนุนจากธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐทั้ง 23 แห่ง สามารถผ่านการทดสอบ Stress Test ขณะที่ปัจจัยการเมืองในประเทศ มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยว่า ประเด็นการหารือกับพรรคก้าวไกล ในเรื่องตำแหน่งประธานสภา ได้ข้อยุติแล้ว โดยพรรคก้าวไกลจะได้ตำแหน่งประธานสภา คาดกรอบดัชนีในวันนี้ 1,470-1,485 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน  

• สินค้าส่งออกเดือน พ.ค. ที่ยังขยายตัวได้ดี : SNC AH SAT HANA KCE PDJ
• SET50 หุ้นเข้า -TLI, WHA หุ้นออก - JMT, JMART SET100 หุ้นเข้า - AURA, BTG, ERW, MBK, SNNP, STEC, TASCO, TLI หุ้นออก - BEC, EPG, JAS KEX, ONEE, QH, RBF, SINGER
• ค่าระวางเรือขึ้นจากคลองปานามา หุ้นได้ประโยชน์ PSL TTA RCL

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

TPL (MAI / Service)
ราคา IPO 3.30 บาท

•บริษัท ไทยพาร์เซิล จากัด (มหาชน) หรือ TPL ประกอบธุรกิจให้บริการจัดส่งสินค้าหรือสิ่งของ โดยเชี่ยวชาญในสินค้าขนาดใหญ่ มีทั้งการจัดส่งแบบ B2B , C2C และ B2C โดยปัจจุบันบริษัทให้บริการจัดส่งสินค้าและสิ่งของประมาณ 3.5-6.0 แสนชิ้นต่อเดือน และสามารถให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าทั้งที่เป็นภาคธุรกิจและรายย่อย โดยมีจุดให้บริการ 129 แห่งทั่วประเทศ ทั้งในรูปแบบสาขาของบริษัทและแฟรนไชส์ของบริษัท

•รายได้รวมในปี 63-65 เท่ากับ 709 ล้านบาท 534 ล้านบาท และ 486 ล้านบาท ตามลำดับ และ กำไรสุทธิในงวดปี 63-65 เท่ากับ 128 ล้านบาท 21 ล้านบาท และ 21 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 18% , 4% และ 4% ตามลำดับ ทั้งนี้รายได้ 1Q66 เท่ากับ 134 ลบ. +14%YoY และกำไรสุทธิ 9 ลบ. +278%YoY สาเหตุมาจากรายได้จากกลุ่มลูกค้า B2B และ B2C ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 16% และ 30% ตามลำดับ

•จำนวน IPO 120 ล้านหุ้น คิดเป็น 22.90% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด ราคาพาร์ 0.50 บาท ราคา IPO 3.30 บาท (คิดเป็น P/E = 47 เท่า) ขณะที่ P/E กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ ใน SET และกลุ่มธุรกิจบริการ ใน MAI มี P/E 60 และ 40 เท่า ตามลำดับ ทั้งนี้ ราคาเหมาะสม Consensus อยู่ในช่วง n/a บาท วัตถุประสงค์การใช้เงิน 1)สร้างศูนย์กระจายสินค้า 2)ซื้อยานพาหนะไฟฟ้า 3)ชำระหนี้แก่สถานบันการเงินและ4)เงินทุนหมุนเวียน

 

หุ้นมีข่าว

(+) SSP (Bloomberg consensus 10.60 บาท) กางแผนธุรกิจครึ่งหลัง 2566 บิ๊กบอส "วรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์" สั่งเดินหน้า M&A ธุรกิจใหม่ เล็งชงบอร์ดเคาะแผนต้นกรกฎาคมนี้ ส่วนแผนธุรกิจพลังงาน แย้มอยู่ระหว่างเจรจาคาดชัดเจนอย่างน้อย 1 ดีล กำเงินสดพร้อมลุย 4 พันล้านบาท จ้องลงทุนเวียดนามหวังจะได้ใบอนุญาตขายไฟฟ้า 100-200 เมกะวัตต์ (ที่มา ทันหุ้น)

(+) BBIK (Bloomberg consensus 139.17 บาท) ปรับเป้าหมายรายได้ปี 2566 ใหม่โตไม่ต่ำกว่า 120% ยืนเหนือ 1.2 พันล้านบาท พร้อมปั๊มรายได้ทะลุ 2 พันล้านบาท ภายในปี 2568 เล็งย้ายเข้า SET ฟากผู้บริหารวาง 4 กลยุทธ์สำคัญขับเคลื่อนธุรกิจ แย้มครึ่งปีหลังจ่อปิดดีลร่วมทุนพันธมิตรอย่างน้อย 1 ดีล (ที่มา ทันหุ้น)

(+) EKH (Bloomberg consensus 9.56 บาท) มองผลงานครึ่งปีหลังคนไข้จีนกลับมาทำ IVF เพิ่มขึ้น ด้านผู้ป่วยปกติทยอยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เตรียมรับรายได้ศูนย์ไตเทียมใหม่ มีแผนขยายโรงพยาบาลเพิ่มเติม มั่นใจรายได้ปีนี้เติบโต 8-10% ตามเป้า (ที่มา ทันหุ้น)

(+) DMT (Bloomberg consensus - บาท) แย้มปริมาณเจรจาไตรมาส 2/2566 ขยายตัว ทะลุ 1 แสนคันต่อวัน การเดินทางคึกคัก พร้อมฤดูฝนหนุนปริมาณการใช้ทางด่วนเพิ่ม คาดการณ์ว่าปริมาณการจราจรโดยเฉลี่ยรวมของทั้งปี 2566 จะอยู่ที่ไม่ต่ำกว่าระดับ 110,000 คันต่อวัน ส่วนการประมูลโครงการ รอความชัดเจนจากรัฐบาลใหม่ (ที่มา ทันหุ้น)