วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (12 มิ.ย. 66)

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (12 มิ.ย. 66)

ราคาน้ำมันดิบปรับลด จากความกังวลเศรษฐกิจจีนชะลอตัว กระทบอุปสงค์น้ำมัน

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคาน้ำมัน

- ราคาน้ำมันดิบ ปรับลด จากรายงานข้อมูลการส่งออกของจีนที่ลดลงกว่า 7.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และราคาสินค้าหน้าโรงงานของจีนที่ร่วงลงมากที่สุดในรอบ 7 ปีในเดือน พ.ค. และเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากอุปสงค์ที่ไม่แน่นอนส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตที่ชะลอตัวและเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน พ.ค. ลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 โดยลดลง 4.6% ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง 4.3% จากแบบสำรวจของรอยเตอร์

+ แม้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนจะช้ากว่าที่คาดไว้ แต่อินเดียซึ่งเป็นผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่อันดับสามของโลกก็สามารถรักษาแรงผลักดันทางเศรษฐกิจไว้ได้ โดยกิจกรรมโรงงานของอินเดียที่แข็งแกร่ง ช่วยเพิ่มปริมาณการใช้เชื้อเพลิงของอินเดียในเดือนพ.ค. ส่งผลให้ยอดขายน้ำมันดีเซลในอินเดียสูงสุดเป็นประวัติการณ์

+ Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 9 มิ.ย. ปรับเพิ่มขึ้น 1 แท่นมาอยู่ที่ระดับ 556 แท่นในขณะที่แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติปรับลดลง 2 แท่น มาอยู่ที่ระดับ 135 แท่น ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ มี.ค. 65
 

ราคาน้ำมันเบนซิน

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับ ราคาน้ำมันดิบดูไบ จากความต้องการใช้น้ำมันเบนซินที่สูงขึ้นของสหรัฐฯ ในช่วงวันหยุดฤดูร้อน  อีกทั้งอุปสงค์ในเอเซียที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

 

ราคาน้ำมันดีเซล

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปสงค์ในภูมิภาคที่ยังทรงตัว แม้ว่าน้ำมันดีเซลคงคลังสิงคโปร์ ปรับเพิ่มขึ้น 6.6% แตะระดับ 8.49 ล้านบาร์เรล 
 

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (12 มิ.ย. 66)