Commerce Sector รุ่งหรือร่วง (2 มิ.ย. 66)

Commerce Sector รุ่งหรือร่วง (2 มิ.ย. 66)

กำไรจากธุรกิจหลักใน 1Q66 ของหุ้นกลุ่ม Commerce ที่เราศึกษาอยู่ (C.P. All PCL (CPALL.BK/CPALL TB)*, Dohome PCL (DOHOME.BK/DOHOME TB)*, Siam Global House PCL(GLOBAL.BK/GLOBAL TB)*, Home Product Center PCL (HMPRO.BK/HMPRO TB)*

และ Siam Makro PCL (MAKRO.BK/ MAKRO PCL)) เพิ่มขึ้นเป็น 8.8 พันล้านบาท (+2% YoY, +16% QoQ) โดย
กำไรของ GLOBAL และ DOHOME ลดลง YoY เนื่องจากราคาเหล็กอยู่ในขาขึ้นใน 1Q65 ส่วน Same store sales (SSS) ใน 1Q66 ของ GLOBAL ลดลง 8.6% และของ DOHOME ลดลง 9.9% ในขณะที่ margin ใน 1Q66 ของ GLOBAL ลดลง 1.1ppts เหลือ 25% และของ DOHOME ลดลง 1.1ppts เหลือ 16.5% ทั้งนี้ กำไรของ CPALL โตสูงที่สุด YoY ใน 1Q66 ที่ 11% YoY จากการฟื้นตัวของ MAKRO และ ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (SSSG อยู่ที่ 8%) รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจากการปรับราคาขายสินค้าในร้านสะดวกซื้อ (ทั้งหมวดอาหาร และไม่ใช่อาหาร)

 

แนวโน้มผลประกอบการ 2Q66F: มีทั้งบวกและลบ

เราคาดว่ากำไรใน 2Q66F ของบริษัทในกลุ่มนี้ที่ได้อานิสงส์โดยตรงจากการกลับมาเปิดประเทศ ซึ่งได้แก่ CPALL, MAKRO และ HMPRO จะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ แต่คาดว่ากำไรของ DOHOME และ GLOBAL จะลดลงทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจากราคาเหล็กใน 2Q65 อยู่ในขาขึ้น

 

นโยบายพรรคก้าวไกลทำให้ประมาณการกำไรปี 2567 มีทั้ง upside และ downside

เราได้ศึกษาผลกระทบจากนโยบายห้าข้อของพรรคก้าวไกลต่อประมาณการกำไรปี 2567 ซึ่งได้แก่ i) ของขวัญแรกเกิด 3,000 บาท ii) เงินเด็กเล็กเดือนละ 1,200 บาท จนถึงอายุ 6 ปี iii) เงินดูแลผู้สูงวัยเดือนละ 3,000 บาท) iv) ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และ v) ลดราคาสาธารณูปโภค เราพบว่านโยบายข้อ i, ii และ iii จะช่วยสนับสนุนการบริโภค ส่วนนโยบายข้อ v จะช่วยลดค่าใช้จ่ายลง ในขณะที่นโยบายข้อ iv จะทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เราพบว่าบริษัทส่วนใหญ่ในกลุ่ม commerce ที่เราศึกษาอยู่จะได้รับผลบวกสุทธิจากนโยบายเหล่านี้ (Figure 9) โดยจะมีเพียง DOHOME เท่านั้น ที่คาดว่าจะได้รับผลลบสุทธิ ซึ่งจะมาจากด้านต้นทุนเป็นหลัก (การขึ้นค่าแรง) อย่างไรก็ตาม ผลกระทบอาจจะต่ำกว่าที่เราคาดเอาไว้เพราะบริษัทอาจจะนำมาตรการคุมต้นทุนมาใช้

Commerce Sector รุ่งหรือร่วง (2 มิ.ย. 66)

 

แนวโน้มปี 2567: จะฟื้นตัวดีขึ้นทั้งกลุ่ม

เรายังคงมองว่าผลประกอบการของกลุ่ม commerce จะฟื้นตัวดีขึ้น YoY ในปี 2567F เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนที่แตกต่างกันไป โดยเราคาดว่ากำไรของ CPALL และ MAKRO จะเพิ่มขึ้น 16% YoY และ13% YoY ตามลำดับ เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมา และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงหลังปรับโครงสร้างหนี้ (MAKRO) เราคาดว่ากำไรของ HMPRO ในปี 2567F จะเพิ่มขึ้น 9% เพราะอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากกลยุทธ์การจำหน่ายสินค้า house brand ในขณะเดียวกัน เราคาดว่ากำไรของ GLOBAL และ DOHOME ในปี 2567F จะเพิ่มขึ้น 9% และ 20% ตามลำดับเนื่องจากราคาเหล็กกลับมาอยู่ระดับปกติ

 

 

 

Valuation & action

เรายังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่ม Commerce ที่ Neutral โดยยังคงคำแนะนำและราคาเป้าหมายของหุ้นทุกตัวในกลุ่มที่เราศึกษาอยู่เอาไว้เหมือนเดิม (CPALL แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 72.00 บาท, MAKRO แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 44.00 บาท, HMPRO แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 16.50 บาท, GLOBAL แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 19.00 บาท และ DOHOME แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 13.20 บาท)

 

Risks

เศรษฐกิจชะลอตัวลง, ถูก disrupt จากเทคโนโลยีใหม่, ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ของทางการ, พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป, ขยายสาขาได้น้อยกว่าที่วางแผนเอาไว้, การหาทำเลเปิดสาขา