background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

กลุ่มพลังงานดันตลาด หุ้นรายงานพิเศษ TACC

กลุ่มพลังงานดันตลาด หุ้นรายงานพิเศษ TACC

วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดช่วงการซื้อ-ขาย แรงซื้อมาจากหุ้น DELTA ส่วนแรงขายมาจากหุ้นกลุ่มธนาคาร ซึ่งตลาดหุ้นยังขาดปัจจัยบวกใหม่ ประกอบกับนักลงทุนติดตามการรายงาน PCE เดือนก.พ. ของสหรัฐ

ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,609.17 จุด +3.75 จุด +0.23% มูลค่าการซื้อขาย 43,168 ลบ.ต่างชาติ -1,437.60 ลบ. TFEX +37,513 สัญญา ตราสารหนี้ +2,783.84 ลบ.

 

ปัจจัยบวก

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิด เพิ่มขึ้น 415.12 จุด หรือ +1.26% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 3.2% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดตลาดปรับตัวขึ้นมากที่สุดในไตรมาสแรกนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2565 เนื่องจากสัญญาณการชะลอตัวของเงินเฟ้อได้เพิ่มความหวังว่า เฟด อาจจะยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกในไม่ช้านี้
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.3 ดอลลาร์ หรือ +1.75% ปิดที่ 75.67 ดอลลาร์/บาร์เรล ในรอบสัปดาห์นี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI พุ่ง 9.25% ได้แรงหนุนจากแนวโน้มอุปทานน้ำมันที่ตึงตัว เนื่องจากอิรักระงับการส่งออกน้ำมันบางส่วนจากเขตปกครองตนเอง เคอร์ดิสถาน
+ สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 5.0%YoY ในเดือนก.พ. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.1% และชะลอตัวจากระดับ 5.3% ในเดือนม.ค.
+ โอเปคพลัส ประกาศปรับลดการผลิตน้ำมันลงอีก 1.16 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับตลาด ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าการตัดสินใจดังกล่าวของโอเปคพลัสจะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง
+ ฟิทช์เรทติ้งคาดการณ์ปี 2566 แบงก์ไทยผลงานฟื้นตัว หลังตั้งสำรองหนี้สูญลด-สินเชื่อโตต่อเนื่อง

 

ปัจจัยลบ 

- นายจอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาว เปิดเผยว่า สหรัฐได้รับข้อมูลใหม่ว่ารัสเซียเตรียมจัดหาอาวุธเพิ่มเติมจากเกาหลีเหนือ โดยแลกเปลี่ยนกับการให้ความช่วยเหลือด้านอาหารแก่เกาหลีเหนือ
 

 

 

- จีนเปิดฉากทบทวนด้านความปลอดภัยของชิปคอมพิวเตอร์ที่นำเข้าจากไมครอน เทคโนโลยี อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ซึ่งเป็นการตอกย้ำความขัดแย้งเกี่ยวกับชิปคอมพิวเตอร์ระหว่างสหรัฐและจีน
- คณะกรรมการกลางด้านการป้องกัน ควบคุม และรักษาโรคโควิด-19 ของเมียนมาประกาศขยายเวลาการใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนถึงวันที่ 30 เม.ย. จากเดิม 1 เม.ย.
- ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ เรียกร้องให้รัสเซียปล่อยตัวนายอีแวน เกิร์ชโควิช ผู้สื่อข่าวของวอลล์สตรีท เจอร์นัล หลังถูกจับกุมในข้อหาจารกรรม
- ยอดเงินฝากของธนาคารพาณิชย์สหรัฐทั้งหมดลดลงในสัปดาห์ที่สิ้นสุดในวันที่ 22 มี.ค. สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. แต่ลดลงในอัตราที่ชะลอตัวกว่าในสัปดาห์ก่อนหน้า และยอดเงินฝากเริ่มมีเสถียรภาพสำหรับธนาคารขนาดเล็กซึ่งมีความเปราะบางต่อการแห่ถอนเงินฝากหลังการล่มสลายของธนาคารซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์ (SVB)

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีวันนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดต่างประเทศ หลังตัวเลข PCE ของสหรัฐชะลอตัว ประกอบกับมีประเด็นบวกจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ได้แรงหนุนจากโอเปคพลัส ประกาศปรับลดการผลิต มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,600-1,620 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน

• หุ้น mai เด่นปี 66 : SPA D CEYE AU
• หุ้นเชื่อมโยงการเมือง : TKS SIRI PR9 SC STEC STPI
• BOI ส่งเสริมการลงทุนชิ้นส่วน EV : EA GPSC BCP DELTA PIMO FPI
• หุ้นปันผลดี : ADVANC TISCO SCB PT SMIT
• จำนวนนักท่องเที่ยวปรับตัวเพิ่มขึ้น : AOT BAFS AAV BA MINT CENTEL ERW
• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากโอเปคพลัสลดกำลังการผลิต : PTTEP TOP PTT SPRC BCP

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

TACC “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 7.60 บาท
“แนวโน้มรายได้เติบโต 10%YoY แต่คาดกำไรทรงตัวจากปีก่อน ถูกกดดันจากมาร์จิ้นที่อ่อนแอ”

กลุ่มพลังงานดันตลาด หุ้นรายงานพิเศษ TACC

•งวด 4Q65 มีกำไร 44 ลบ. -23%YoY -29%QoQ โดยมีรายได้ 420 ลบ. +19%YoY +10%QoQ มีปัจจัยสนับสนุนจากการเข้าสู่ช่วง High Season ประกอบกับได้อานิสงส์จากการเปิดเมือง รวมทั้งได้แรงหนุนจากการขยายสาขา 7-Eleven (+704 สาขา YoY, +178 สาขา QoQ) และการจัดกิจกรรมทางตลาดช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม %GPM ปรับลดลงสู่ 30.80% (4Q64 = 38.98%, 3Q65 = 35.14%) โดยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ประกอบกับสัดส่วนรายได้ในกลุ่มที่มาร์จิ้นน้อยเพิ่มสูงขึ้น อาทิ กลุ่มเครื่องดื่มโถกดเย็น ส่วน %SG&A ปรับสูงขึ้นสู่ 17.60% (4Q64 = 18.56%, 3Q65 = 16.00%) จากค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรทางตลาดในช่วงปลายปีที่เร่งสูงขึ้นตามฤดูกาล โดยทั้งปี 65 มีรายได้และกำไรสุทธิ 1,523 ลบ. +11%YoY และ 235 ลบ. (ใกล้เคียงกับที่คาด) +10%YoY ตามลำดับ

•เราคาดรายได้ปี 66 ราว 1,683 ลบ. +10%YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากทั้งกลุ่มร้าน 7-Eleven และ Non 7-Eleven โดยกลุ่ม 7-Eleven คาดจะโตดีจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง ประกอบกับแผนการขยายสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนกลุ่ม Non 7-Eleven มีแผนขยายการขายไปยังร้าน Café ที่เป็นพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ License Business และผลิตภัณฑ์ใหม่ “TRIVA” ไซรัปผลไม้ มีแผนขยายไปยังนอกประเทศมากขึ้น อาทิ กลุ่ม CLMV สิงคโปร์ และมาเลเซีย เป็นต้น อย่างไรก็ตาม คาด %GPM ปรับลงสู่ระดับ 33% จากปีก่อนที่ระดับ 35% จากต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงสูงในช่วง 1H66 เนื่องจากมีการสั่งซื้อไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ปลายปีก่อน ส่งผลให้เราคาดกำไรปี 66 ราว 231 ลบ. -2%YoY อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการยังมีอัพไซต์จากแผน M&A ในกลุ่มธุรกิจอาหารเสริม Health & Wellness ที่คาดจะชัดเจนในช่วง 2Q66

ความเห็น เรามีมุมมองเป็นกลางต่อผลประกอบการปี 66 โดยคาด 1H66 จะถูกกดดันจากต้นทุนผลิตที่ทรงตัวสูง แต่คาดจะทยอยดีขึ้นตั้งแต่ช่วง 2H66 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม บริษัทยังอยู่ในระหว่างการเจรจาปรับขึ้นราคากับคู่ค้า หากสำเร็จจะเป็นอัพไซต์ต่อประมาณการปี 66 โดยเราประเมินราคาเหมาะสมราว 7.60 มีอัพไซต์ 26% จึง “แนะนำ ซื้อ”

 

หุ้นมีข่าว

(+) ประเด็นบวกกลุ่มโรงกลั่น โรงกลั่นน้ำมันระเบิดในอินโดนีเซีย บาดเจ็บ 9 ราย เกิดเหตุระเบิดที่โรงกลั่นน้ำมันของกิลัง เปอร์ตามินา อินเตอร์เนชันแนล โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่โรงกลั่นน้ำมันในเมืองดูไม จังหวัดรีเยา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะสุมาตรา ทางโฆษกของ KPI กล่าวว่า หน่วยงานหลายแห่งได้รับผลกระทบและต้องยุติการดำเนินงานจากการระเบิดและเพลิงไหม้ แต่บางส่วนยังปฏิบัติงานตามปกติ และได้เริ่มดำเนินการฟื้นฟูแล้วหลังจากไฟดับลง (อินโฟเควสท์)

(+) SEAFCO (Bloomberg consensus 4.30 บาท) คว้างานใหม่ส่งท้ายไตรมาส 1/2566 เติมพอร์ตเพิ่ม 5 โครงการ มูลค่ารวม 228.50 ล้านบาท ฟากโบรกมองแนวโน้มผลงานดีต่อเนื่องตามทิศทาง Backlog ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คงกำไรปี 2566 แต่แนวโน้มอาจดีกว่าคาด ประเมินไตรมาส 1/2566 ฟื้นเป็นกำไร ชูเป้าหมาย 5.20 บาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) SSP (Bloomberg consensus 13.10 บาท) ตั้งเป้ารายได้ปี 2566 รายได้ 3.1 พันล้านบาท รับเก็บเกี่ยวขายไฟพุ่ง พร้อมเล็งทุ่มงบราว 3 หมื่นล้านบาท อัพฐานไฟฟ้ากรีนฟิล-ซื้อกิจการ เปิดช่องรับทรัพย์เพิ่ม ผู้บริหาร "ชยุตม์ หลีหเจริญกุล" วางเกมอัพกำลังผลิตไฟฟ้า แตะ 500 เมกะวัตต์ ในปี 2568 (ที่มา ทันหุ้น)

(+) JSP (Bloomberg consensus - บาท) ดึง "เอ เกรทฟุล ริช" ผลิตเครื่องจักรสำหรับยาน้ำ เตรียมดันต่อยอดวงการแพทย์ ติดตั้งเครื่องจักรภายในไตรมาส 2/2566 นี้ พร้อมเตรียมจำหน่ายเชิงพาณิชย์กลุ่มโรงพยาบาลชั้นนำ หวังดันรายได้ปีนี้ชนเป้าโต 20-30% (ที่มา ทันหุ้น)