ประธานเฟดผลักโฟกัสเรื่องดอกเบี้ยกลับไปที่ข้อมูลทางเศรษฐกิจ

ประธานเฟดผลักโฟกัสเรื่องดอกเบี้ยกลับไปที่ข้อมูลทางเศรษฐกิจ

โทนในการแถลงวันที่ 2 เบาลง กลับไปโฟกัสตัวเลขเศรษฐกิจซึ่งมีแนวโน้มเป็นบวกกับตลาด เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวในการแถลงรอบครึ่งปีต่อกรรมาธิการบริการการเงิน ประจำสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการแถลงวันที่ 2 หลังแถลงต่อกรรมาธิการธนาคารวานนี้

โดยยืนยันเรื่องความจำเป็นที่ดอกเบี้ยอาจจะสูงกว่าที่เคยคาด ขณะที่ระบุยังไม่ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 22 มี.ค. ขึ้นกับข้อมูล และได้กล่าวถึงความสำคัญของข้อมูล 3 ตัวก่อนการประชุม ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.พ.ที่จะมีการเปิดเผยในวันศุกร์ รวมทั้งตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์หน้า ซึ่งการกล่าวของประธานเฟดเป็นเหมือนการลดโทนความเข้มข้นลง และจะทำให้โฟกัสของนักลงทุนกลับไปอยู่ที่ข้อมูลทางเศรษฐกิจ (ซึ่งมีลุ้นว่าการจ้างงาน น่าจะไม่สูงเช่นตัวเลขในเดือนก่อนหน้า และน่าจะเป็นบวกต่อตลาด) ซึ่งจะหนุนให้ตลาดมีโอกาสฟื้นในหุ้นรายตัว ทั้งนี้ปฏิกิริยาของหุ้นสหรัฐฯ ที่เห็นการฟื้นตัวในกลุ่มเทคโนโลยี เป็นอีกสัญญาณบวกที่อาจสนับสนุนการฟื้นตัวของบรรยากาศลงทุนโดยรวม 
 

SET Index ปรับลดลงจนใกล้แนวรับปัจจัยพื้นฐานที่น่าสนใจ อิงประมาณการปี 2566 อิงระดับ EPS ที่ 105 และกรอบ Valuation ที่ 15-17x PER จะได้ กรอบการซื้อขาย (trading range) ที่ 1,575-1,785 จุด ดังนั้นการปรับลดลงของ SET Index ที่ใกล้แนวรับ 1,600 จุด หรืออาจต่ำกว่าเล็กน้อย เป็นจุดซื้อที่น่าสนใจ โดยภาพรวมการฟื้นตัวของผลประกอบการปีนี้ จะอยู่ในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยว การเปิดเมือง และการบริโภคในประเทศ มากกว่ากลุ่มที่อิงเศรษฐกิจโลก โดยคาดการณ์ผลประกอบการไม่รวมกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี (SET’s Earnings ex. Energy & Petrochem) ยังคงเติบโต 21% ดังนั้นใจความสำคัญของการลงทุนในปีนี้ คือการเลือกเกาะไปกับหุ้นที่มีโมเมนตัมเติบโตและฟื้นตัว โดยอาจเลือกเก็งกำไรพลังงานหรือปิโตรเคมี 

ภาพรวมกลยุทธ์: ยังลุ้นว่าน่าจะใกล้จุดฟื้นตัว แม้ภาพระยะกลางยังไม่ชัดเจน โดยต้องรอประเมินจากการกลับไปทดสอบ 1,645-1,650 จุด   การเก็งกำไรระยะสั้นเน้น selective buy กลุ่มที่น่าจะเห็นการฟื้นตัวได้ชัดเจนในปี 2566 และยังมีการถือครองที่ต่ำ (Underowned) ได้แก่ และหุ้นที่มีปัจจัยบวกรายตัว โดยหุ้นที่เรามองสามารถทยอยสะสม ได้แก่ MAJOR, CPALL, MAKRO, BJC, PTTGC, IRPC, TIDLOR, AMANAH, MILL, TSTH, KSL, ROJNA, SAMART, SDC เป็นต้น

หุ้นแนะนำ: MAKRO*, ASW*, ADVANC*,ROJNA*

แนวรับ: 1,590-1,598 / แนวต้าน : 1,620-1,628 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 50% vs พอร์ตหุ้น 50%
 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

'เฟทโก้' จี้ปั๊มศก.ก่อนยุบสภา ชง 6 มาตรการ - เตรียมเศรษฐกิจไทยให้พร้อม ก่อนเข้าสู่ช่วงสุญญากาศเลือกตั้ง รับเศรษฐกิจโลกซบเซา "อัดงบท่องเที่ยว-ดึงเงินเอฟดีไอ-ดูแลเงินบาท-เร่งอนุมัติโครงการสำคัญพร้อมรับเบิกจ่ายงบล่าช้า-อัดสภาพคล่องให้เอสเอ็มอี ด้าน 25 มี.ค.นี้ เปิดเวทีรับ 9 พรรคโชว์วิสัยทัศน์ขับเคลื่อนตลาดทุน 

ค่าไฟพ.ค.-ส.ค.ขึ้นแตะ 4.75 บาท - กกพ. เคาะค่าไฟงวดใหม่เดือนพ.ค.-ส.ค.66 อยู่ที่ 4.75 บาท/หน่วย เพิ่มขึ้นจาก 4.72 บาท/หน่วย ขณะที่ กบง.ตรึงก๊าซหุงต้ม 423 บาท/ถัง 15 ก.ก. 3 เดือน ตั้งแต่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย.66 เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียระหว่างวันที่ 10-20 มี.ค. ก่อนเสนอบอร์ดไม่เกิน 22 มี.ค. 

สหรัฐเผยตัวเลขเปิดรับสมัครงานลดลงน้อยกว่าคาด – ลดลง 410,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 10.8 ล้านตำแหน่งในเดือนม.ค. ขณะที่คาดว่าลดลงสู่ระดับ 10.5 ล้านตำแหน่ง

Opportunity day - 9 มี.ค. – VL, DRT, NCH, TIPH, SA, SAPPE, SICT, MAKRO, TFM, GCAP, ALLA, FORTH, PROUD, TEGH / 10 มี.ค. – MOSHI, BJCHI, NVD, BA, BAREIT, HANA, AAV, SYMC, JUBILE, EA, COM7, KISS, TKN, AGE

 

ประเด็นติดตาม: 9 มี.ค. - Initial Jobless Claims / 10 มี.ค. - Nonfarm Payrolls, Unemployment Rate, ECB President Lagarde Speaks / 14 มี.ค. – US CPI / 15 มี.ค.-Retail Sales, US PPI/16 มี.ค.- Building Permits,ECB Interest Rate Decision

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)