วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สิ้นสุดฤดูประกาศงบ หุ้นรายงานพิเศษ PT

วันอังคารที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวขึ้นในช่วงเปิดตลาดถึง +10 จุด แต่ดัชนีอ่อนแรงลง จากแรงขายหุ้นกลุ่มการแพทย์ และกลุ่มพลังงาน และในช่วงบ่ายธปท.เผยดุลบัญชีเดินสะพัด ม.ค. ขาดดุล US$ 2.0 พันล้าน ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าแรง ส่งผลให้เม็ดเงินต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นต่อเนื่อง

ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,622.35 จุด -5.00 จุด -0.31% มูลค่าการซื้อขาย 80,308 ลบ. ต่างชาติ -3,396.52 ลบ. TFEX -6,687 สัญญา ตราสารหนี้ +2,552.90 ลบ.

 

ปัจจัยบวก

+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.37 ดอลลาร์ +1.81% ปิดที่ 77.05 ดอลลาร์/บาร์เรล ขานรับการคาดการณ์ที่ว่า ความต้องการใช้น้ำมันในจีนจะฟื้นตัว ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยรายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐในวันนี้
+ โฆษกทำเนียบเครมลินกล่าวว่า รัสเซียเปิดกว้างสำหรับการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งในยูเครน แต่จะต้องมีการยอมรับดินแดนใหม่ที่ถูกผนวกรวมเข้ากับรัสเซีย
+ ฮ่องกงประกาศยกเลิกคำสั่งสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันพุธที่ 1 มี.ค.เป็นต้นไป โดยถือเป็นการยุติยุคควบคุมโรคโควิด-19 ที่ยืดเยื้อมานานหลายปี
+ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2566 นี้ว่า เศรษฐกิจไทยยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องแม้เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว คาด GDP ปี 2566 3-4% โดยมีแรงส่งจากภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะขยายตัว 25.5 ล้านคน การบริโภคภาคเอกชนจะเติบโต 3-4% ชดเชยการส่งออกสินค้าชะลอตัวตามเศรษฐกิจโลก
+ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมกราคมปี 2566 ขยายตัว 6.61%MoM โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ 62.31% มาจากการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวดีขึ้น

 

ปัจจัยลบ  

- ดัชนีดาวโจนส์ปิด ร่วงลง 232.39 จุด -0.71% และตลอดทั้งเดือนก.พ. ดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 4% เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลว่าเฟด จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นเวลานานขึ้น และอาจจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
- Fed Fund Futures บ่งชี้ว่านักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนมี.ค. ซึ่งหมายความว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดของเฟดจะอยู่ที่ 5.4% ภายในเดือนก.ย. เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ 4.75%

- ผู้นำรัสเซียลงนามในกฎหมายระงับความร่วมมืออย่างเป็นทางการของรัสเซียในสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ "New START" กับทางสหรัฐเมื่อวันอังคาร (28 ก.พ.)

 

แนวโน้มตลาดวันนี้  

คาดดัชนีวันนี้ยังแกว่งตัวผันวนระหว่างวัน โดยมีแรงกดดันจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนมี.ค. ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นช่วยพยุงหุ้นกลุ่มพลังงาน มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,610-1,630 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน    

• จีนเปิดประเทศ+เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 : MINT CENTEL ERW SPA AU SHR
• หุ้น mai เด่นปี 66 : SPA D CEYE AU
• หุ้นเชื่อมโยงการเมือง : TKS SIRI PR9 SC STEC STPI
• BOI ส่งเสริมการลงทุนชิ้นส่วน EV : EA GPSC BCP DELTA PIMO FPI

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

                                                       PT ( “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 23 เท่ากับ 8.10 บาท)

                                                               ลูกค้ากลุ่มโรงแรมฟื้นตัวเร็วกว่าคาด

สิ้นสุดฤดูประกาศงบ หุ้นรายงานพิเศษ PT

•บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 3Q22 เท่ากับ 821.5 ล้านบาท เติบโต +61.3%QoQ และ +33.6%YoY จากการส่งมอบงานโครงการขนาดใหญ่ให้แก่ลูกค้ากลุ่มสถาบันการเงินและกลุ่มเทคโนโลยี ประกอบกับลูกค้ากลุ่มโรงแรมที่ฟื้นตัวโดดเด่น ด้านอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 23.4% ปรับตัวดีขึ้นจาก 21.5% ใน 3Q22 และ 22.0% ใน 4Q21 ตามการให้บริการยังเติบโตได้ดีจาก Software Subscription และงาน Maintenance ที่มี Margin สูง ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 4Q22 เท่ากับ 73.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +95.6%QoQ และ +52.0%YoY ทั้งนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิปี 22 เท่ากับ 162.7 ล้านบาท +73.4%YoY ดีกว่าประมาณการของเรา +21.8%

•เราปรับประมาณการรายได้และกำไรสุทธิปี 23 ขึ้น +9.2% และ +24.9% เป็น 2,756.9 ล้านบาท และ 175.7 ล้านบาท ตามลำดับ เนื่องจากเม็ดเงินลงทุนของลูกค้ากลุ่มธุรกิจโรงแรมกลับมาเร็วกว่าที่เราคาด จากอานิสงส์ของการเปิดประเทศ ประกอบกับบริษัทสามารถบริหารต้นทุนแต่ละโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นบริษัทมีแผนจะพัฒนาสินค้า และบริการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าเพิ่มเติม

•ความเห็น เราประประเมินมูลค่าอิงค่าเฉลี่ย PER ย้อนหลัง 3 ปี ที่ 13.0 เท่า ภายใต้สมมติฐานประมาณการใหม่ของเรา ส่งผลให้ได้ราคาเหมาะสมปี 23 ที่ 8.10 บาท (จากเดิม 6.50 บาท) ยังมี Upside จากราคาปัจจุบัน เราจึงปรับคำแนะนำจาก “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” เป็น “ซื้อ” โดยบริษัทประกาศจ่ายปันผล 0.35 บาท/หุ้น (XD 2/3/23)

 

หุ้นมีข่าว

(+) SABUY (Bloomberg consensus - บาท) ย่องซื้อหุ้น SINGER ได้สัดส่วน 5% แล้ว มีสิทธินำต่อยอดธุรกิจอีโคซิสเต็มใหญ่ เห็นขุมทรัพย์เงินสด 7.4 พันล้านบาท ในซิงเกอร์นำมาต่อยอดซื้อกิจการ จับตา BTS ในฐานะผู้ถือหุ้นอันดับ 2 เห็นดีกับ SABUY หลังบริษัทโชว์ฝีมือซื้อกิจการ บริหารทรัพย์สินและปั้นกำไรประจักษ์ 1.48 พันล้านบาท โตสนั่น 594% แจกหุ้นปันผล 4:1 พร้อมเงินสด (ที่มา ทันหุ้น)

(+) NRF (Bloomberg consensus - บาท) ซุ่มดีล M&A ซูเปอร์มาร์เก็ตในอังกฤษ ต่อยอดธุรกิจ-โกยเงินเพิ่ม คาดชัดเจนเมษายนนี้ พร้อมควักงบ 500 ล้านบาท เสริมแกร่งใน-นอก บิ๊ก "แดน ปฐมวาณิชย์" ลั่นปี 2566 ได้ราว 4 พันล้านบาท หลังรุกออกโปรดักต์เพิ่ม-ทำตลาดใหม่ ดันออเดอร์พุ่งต่อเนื่อง (ที่มา ทันหุ้น)

(+) CHAYO (Bloomberg consensus 11.10 บาท) แย้มศึกษา M&A และ JV ต่อยอดธุรกิจ 1-2 ดีล คาดไตรมาส 2/66 ได้ข้อสรุป เร่งเครื่องซื้อหนี้ด้อยคุณภาพใหม่เติมพอร์ต หลัง 2 เดือนแรกปีนี้ได้มาแล้วหลักพันล้านบาท ฉายภาพผลงานไตรมาส 1/66 โดดเด่น มั่นใจพอร์ตคงค้างสิ้นปีแตะแสนล้านบาท ธุรกิจติดตามหนี้กลับมาโต 15% ธุรกิจปล่อยสินเชื่อโต 100% (ที่มา ทันหุ้น)

(+) SJWD (Bloomberg consensus 23.00 บาท) จ่อรวมงบ SCGL เต็มสูบตั้งแต่ไตรมาส 1/2566 ดันผลงานปี 2566 เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมโชว์รายได้ปี 2565 ก่อนการรวมกิจการกับ SCGL ที่ 5,988.2 ล้านบาท เติบโตตามแผน จากภาพรวมธุรกิจส่วนใหญ่ที่ขยายตัวและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ทั้งขนส่งสินค้า คลังสินค้าทั่วไป รับฝากและบริหารยานยนต์ รวมถึงธุรกิจที่เข้าร่วมลงทุน (ที่มา ทันหุ้น)