background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

OSP กำไรไตรมาส 4/65 ฟื้นตัวเพียงเล็กน้อย แต่ยังห่างจากระดับกำไรปกติ

OSP กำไรไตรมาส 4/65 ฟื้นตัวเพียงเล็กน้อย แต่ยังห่างจากระดับกำไรปกติ

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2565-2566 ลง 21%/8% ปรับลดราคาเป้าหมายปี 2566F ลงเหลือ 26 บาท และปรับคำแนะนำ

ยังดึงธุรกิจกลับมาไม่ได้

OSP พยายามจะดึงส่วนแบ่งตลาด energy drink กลับคืนมาหลังจากที่เสียส่วนแบ่งตลาดไปตอนที่ปรับขึ้นราคาขายปลีก M150 เป็นขวดละ 12 บาท (จากเดิม 10 บาท) เมื่อเดือนมีนาคม 2565 ทั้งนี้ เพื่อดึงธุรกิจกลับมา OSP จึงออกวางจำหน่าย SKU ใหม่ของเครื่องดื่ม M150 ที่ราคา 10 บาท เมื่อปลาย 3Q65 และจัดจำหน่ายผ่านร้านค้าแบบร้านค้าดั้งเดิม ซึ่งการตอบรับจากตลาดยังอืด ๆ และยังไม่สามารถจะทำรายได้ใน 4Q65 นอกจากนี้ ในการพยายามจะดึงธุรกิจกลับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทยังออกแคมเปญการตลาดเชิงรุกโดยมุ่งไปทั้งช่องทาง traditional และช่องทางใหม่ ๆ ในร้านสะดวกซื้อ )CVSด้วย ซึ่งอาจจะช่วยกระตุ้น (ยอดขายได้ในปี2566F

 

รายได้เพิ่มขึ้น QoQ จากกลุ่มที่มีสัดส่วนยอดขายต่ำอย่างเช่น ของใช้ส่วนตัว และ OEM

เราคาดว่ารายได้ของ OSP จะฟื้นตัวขึ้น 10% QoQ จากฐานที่ต่ำใน 3Q65 แต่จะยังลดลง 2% YoY ใน 4Q65F ในขณะที่คาดว่ารายได้เต็มปี 2565 จะเพิ่มขึ้น 2% ทั้งนี้ รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะมาจากของใช้ส่วนตัว (8% ของรายได้) และ OEM (10% ของรายได้) ในขณะที่การเติบโตของเครื่องดื่มชูกำลัง (energy drink) (65% ของรายได้) ยังหดตัวอยู่

 

 

ต้นทุนยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ต้นทุนก๊าซยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องใน 4Q65 และเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิตของ OSP เราใช้สมมติฐานว่าธุรกิจของใช้ส่วนตัวจะมีมาร์จิ้นสูงขึ้น แต่ยังไม่มากพอที่จะชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนก๊าซที่เพิ่มขึ้นต่อมาร์จิ้น ของธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง (energy drink) ได้ เราใช้สมมติฐานกำไรขั้นต้น (GPM) ที่ 30.6% ใน 4Q65 (จากฐานต่ำที่ 29.6% ใน 3Q65) และ 30.8% ในปี 2565F (จาก 34.5% ในปี 2564)

 

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2565/2566 ลง 21%/8% และปรับลดราคาเป้าหมายปี 2566F ลงเหลือ 26 บาท

เราปรับลดประมาณการกำไรลงเพื่อสะท้อนถึง i) อัตราการเติบโตของยอดขายปี 2565/2566 ที่ลดลงเหลือ 4.4%/5.5% (จากเดิมที่ 6%/5.5) ii) สัดส่วน SG&A/รายได้ที่เพิ่มขึ้นเป็น 23.8%/22.3% (จากเดิมที่ 21.9%/21.9%) ทั้งนี้ ราคาหุ้น OSP ถือว่าแพง เพราะอยู่ที่ระดับ PE เฉลี่ยระยะยาวที่ 32x ซึ่งไม่สมกับอัตราการเติบโตที่ช้าของบริษัท ดังนั้น เราจึงปรับลด PE ที่เหมาะสมเหลือ 27x เท่ากับ -1 S.D. (จากเดิมที่ใช้ PE 30x) ทำให้ได้ราคาเป้าหมายปี 2566F ใหม่ที่ 26 บาท (ลดลงจาก 29.50 บาท)

 

Risks

ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน, ส่วนแบ่งตลาดลดลง และเสียสถานะทางการตลาดไปแรงกดดัน, ทางด้าน margin