Focus รายตัว - 17 มกราคม 2566

Focus รายตัว - 17 มกราคม 2566

ตลาดหุ้นวานนี้ SET Index ปิดบวก 3 จุด (+0.19%) ปิดที่ 1,685 จุด มูลค่าการซื้อขายเบาบาง 5.9 หมื่นล้านบาท หุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวปรับขึ้นนำตลาด อาทิ MAKRO TRUE และ DTAC

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้      

ประเมิน SET แกว่งตัว 1,675 - 1,695 จุด ภาวะตลาดหุ้นไทยขาดปัจจัยใหม่กระตุ้นการลงทุน โดยแม้ Fund flow ต่างชาติจะเป็นแรงหนุนต่อเนื่องตามคาดการณ์เศรษฐกิจไทยเติบโตขึ้นรวมถึง FED ชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐอ่อนตัวลง อย่างไรก็ตามการ Preview งบปี 2565 ของหุ้นรายตัวรวมถึงแรงขายตามสัญญาณเทคนิคจะกดดันให้ดัชนีผันผวน

 

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

       AOT AAV BA CENTEL ERW MINT AWC SHR CPALL CRC CPN SPA CBG EKH MEGA KISS อานิสงส์จีนเปิดประเทศ

      PTTEP  PTTGC IVL TOP BCP อานิสงส์ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวขึ้น

 

หุ้นแนะนำวันนี้

      TOP (ปิด 56.25 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 65 บาท) ค่าการกลั่นฟื้นตัวเหนือระดับ 10$/bbl จากดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นหลังจีนเปิดประเทศ และมีปัจจัยหนุนโรงกลั่นและปิโตรฯในประเทศจีนระเบิด

      IVL (ปิด 41.75 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 56 บาท) ราคาและส่วนต่างผลิตภัณฑ์ PET ในเอเชียและยุโรปพ้นจุดต่ำสุดแล้ว ราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลงในยุโรปเป็นบวกต่อธุรกิจของ IVL

 

 

 

บทวิเคราะห์วันนี้

PSH (ปิด 13.2 ถือ/เป้า 10.5), TISCO (ปิด 102 ซื้อ/เป้าใหม่ 110 เดิม 109)

 

ประเด็นสำคัญวันนี้

  (+/-) TISCO ประกาศงบ 4Q22 ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้: โดย TISCO มีกำไรสุทธิ 4Q22 ที่ 1,805 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 1.8%qoq และ 0.6%yoy รวมทั้งปีมีกำไรสุทธิ 7,222 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 6%yoy ส่วนหุ้นธนาคารอื่นๆ คาดว่าจะประกาศงบ 4Q22 พร้อมกันในวันศุกร์ที่ 20 ม.ค. 2023 

  (+) ประชุมครม. ลุ้นต่ออายุมาตรการ ลดภาษีน้ำมันดีเซล และพิจารณาเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5: เดิมมาตรการลดภาษีน้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตรจะหมดอายุ 20 ม.ค. นี้จึงเป็นไปได้สูงที่ภาครัฐจะเสนอต่อายุมาตรการออกไปเพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน ส่วนเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 หลังถูกเลื่อนการพิจารณาหลายครั้งมีโอกาสที่จะนำกลับเข้าสู่ที่ประชุม ครม. อีกในสัปดาห์นี้

  (+/-) BoJ meeting คาดคงดอกเบี้ยและกรอบ yield curve control ตามเดิม: คณะกรรมการนโยบายการเงิน (BoJ Meeting) จะมีขึ้นในวันที่ 18 ม.ค. คาดคงดอกเบี้ยนโยบายที่ -0.1% และคงกรอบอัตราผลตอบแทนพันธรัฐบาลที่ (+/-) 0.5% ตามเดิมเป็นกลางถึงบวกกับตลาดเพราะไม่ได้คุมเข้มนโยบายการเงินจนเกินไป