AOT ผลประกอบการ 4Q65: ขาดทุนลดลง (22 พ.ย. 65)

AOT ผลประกอบการ 4Q65: ขาดทุนลดลง (22 พ.ย. 65)

ผลประกอบการ 4Q65 (กรกฎาคม-กันยายน 2565) ขาดทุนลดลงทั้ง YoY และ QoQ ตามคาด

ในภาพรวม ผลการดำเนินงานของ AOT แสดงสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยมีผลขาดทุนลดลงเรื่อย ๆ มาหลายไตรมาสแล้วตามแนวโน้มการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นของประเทศไทย สำหรับใน 4Q65 บริษัทขาดทุนสุทธิ 1.33 พันล้านบาท ดีขึ้นจากที่ขาดทุนสุทธิ 5.16 พันล้านบาทใน 4Q64 และ 2.21 พันล้านบาทใน 3Q65 โดยรายได้อยู่ที่ 6.55 พันล้านบาท (+347.0% YoY, +40.4% QoQ) ในขณะที่ EBIT margin อยู่ที่ -7.4% ดีขึ้นจาก -380.9% ใน 4Q64 และ -48.0% ใน 3Q65 เราคิดว่าผลการดำเนินงานโดยรวมของ AOT ดูดีขึ้น เนื่องจากมีการผ่อนคลายข้อจำกัดในการเดินทางระหว่างประเทศ โดยสรุปแล้ว เราคิดว่าผลการดำเนินงานแสดงถึงพัฒนาการทางด้านบวกตามความคาดหมาย นอกจากนี้ เรายังคงว่าผลประกอบการน่าจะดีขึ้นต่อเนื่องในปี FY66F ด้วย หลังจากที่จากผลประกอบการดีขึ้นในปี FY65 โดย AOT มีผลขาดทุนสุทธิลดลงเหลือ 1.11 หมื่นล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 1.63 หมื่นล้านบาทในปี FY64 โดยรายได้ในปี FY65 มาจากธุรกิจที่เกี่ยวกับการบิน 44% และธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับการบิน 56% จากในปี FY64 ที่รายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวกับการบินคิดเป็นสัดส่วน 33% และธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับการบิน 67%

 

 

 

คาดว่าผลประกอบการจะเป็นบวกในปี FY66F

เรายังคงมองบวกกับแนวโน้มผลการดำเนินงานของ AOT ตั้งแต่ปี FY66 (ตุลาคม 2565-กันยายน 2566) เป็นต้นไป โดยมีแรงหนุนจากการที่ประเทศไทยเปิดประเทศอย่างเต็มที่ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการของบริษัทในอีกสองสามปีข้างหน้า โดยเราคาดว่าการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจะมาจากการที่นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเที่ยวประเทศไทย และมีการเดินทางภายในประเทศเพิ่มขึ้นหลังจากผ่านพ้นช่วงที่ COVID-19 ระบาดรุนแรงไปแล้ว ดังนั้น เราจึงมองว่า AOT จะเป็นหุ้นหลักที่ได้อานิสงส์จากการที่ธุรกิจของ AOT ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับการบิน และไม่เกี่ยวกับการบิน ถึงแม้ว่าผลการดำเนินงานโดยรวมในปี FY66F จะยังไม่กลับไปเท่าระดับก่อน COVID ระบาด สำหรับในระยะต่อจากนั้น เราคาดว่ากำไรสุทธิน่าจะเริ่มสูงกว่าระดับก่อน COVID ระบาดได้ในปี FY67F

 

คงประมาณการกำไรปี FY66-67F เอาไว้เท่าเดิม

เราคาดว่ากำไรสุทธิในปี FY66F จะอยู่ที่ 1.27 หมื่นล้านบาท (ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ YoY) และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง YoY ในอีกสองสามปีข้างหน้าหลังจากที่ผ่านช่วงที่สถานการณ์เลวร้ายที่สุดซึ่งทำให้มีผลขาดทุนสุทธิในปี FY6-65 ไปแล้ว

 

Valuation & action

เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ โดยคงราคาเป้าหมาย DCF ปี FY66F ที่ 81 บาท (WACC 9% และ TG 3%)

 

Risks

COVID-19 กลับมาระบาดอีกระลอก, เศรษฐกิจถดถอย และ ความไม่สงบทางการเมืองของไทย