TNP ปรับประมาณการกำไรปี 65-66 ลดลง จากการขยายสาขาใหม่ล่าช้ากว่าแผน

TNP ปรับประมาณการกำไรปี 65-66 ลดลง จากการขยายสาขาใหม่ล่าช้ากว่าแผน

งวด 3Q65 รายงานกำไร 37.1 ลบ. -2%YoY +8%QoQ: บริษัทรายงานรายได้งวด 3Q65 เท่ากับ 621 ลบ. +7.8%YoY +7.2%QoQ เติบโตดีกว่าที่คาดว่าจะทรงตัว YoY และ QoQ ซึ่งได้แรงหนุนจากมาตรการ “คนละครึ่งเฟส 4” และการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการ

ประกอบกับการขยายสาขาสู่ทั้งหมด 41 สาขา ณ ปลาย 3Q65 (+5 สาขา YoY +1 สาขา QoQ) อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้จากสาขาเดิม (SSS Growth) ปรับลง 1.8%YoY จากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐที่สนับสนุนวงเงินต่อคนน้อยลงจากปีก่อน (Table1) โดย %GPM ปรับลดลงสู่ระดับ 16.9% (3Q64 = 17.3%, 2Q65 = 17.4%) ส่วน %SG&A/Sales อยู่ที่ระดับ 10% (3Q64 = 9.8%, 2Q65 = 10.6%) ส่งผลให้งวด 3Q65 รายงานกำไร 37.1 ลบ. -2%YoY +8%QoQ โดยงวด 9M65 มีกำไร 107.1 ลบ. คิดเป็น 64% ของประมาณการกำไรเดิมที่ 168 ลบ.

•    คงประมาณการรายได้แต่ปรับกำไรปี 65 ลดลง 13% สู่ 146 ลบ. -24%YoY: แม้รายได้งวด 3Q65 เติบโตดีกว่าที่คาด แต่เรายังคงประมาณการรายได้ทั้งปี 65 ราว 2,406 ลบ. หดตัว 8%YoY เนื่องจากแผนขยายสาขาล่าช้ากว่ากำหนด 1 สาขา เป็นขยายสาขาใหม่ทั้งหมดในปีนี้ 5 สาขา จากแผนเดิม 6 สาขา สู่ทั้งหมด 43 สาขา ณ สิ้นปี 65 อย่างไรก็ตาม รายได้ปี 65 หดตัว 8%YoY เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ในปี 65 ที่ได้รับน้อยกว่าปี 64 อาทิ “มาตรการคนละครึ่ง” ที่ปีก่อนได้รับวงเงินเฉลี่ย 3,000 บาท/คน เป็นจำนวน 4 ไตรมาส ขณะที่ในปีนี้ ได้รับวงเงินเพียง 800-1200 บาท/คน เป็นจำนวน 2 ไตรมาสเท่านั้น โดยช่วง 4Q65 เราคาดว่าจะไม่มีมาตการช่วยเหลือดังกล่าว นอกจากนี้ เราปรับสมมติฐาน %GPM ลดลงสู่ระดับ 17.1% (เดิมคาด 17.5%) ส่วน %SG&A/Sales ปรับเพิ่มมาที่ระดับ 10.1% (เดิมคาด 9.5%) หลังจาก %GPM และ %SG&A/Sales งวด 9M65 อยู่ที่ระดับ 17.1%  และ 10.2% ตามลำดับ ส่งผลให้เราปรับประมาณการกำไรปี 65 ลดลง 13% สู่ 146 ลบ. -24%YoY อย่างไรก็ดี เรายังไม่รวมอัพไซต์หากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในช่วง 4Q65
 

•    ปรับประมาณการรายได้และกำไรปี 66 ลดลง 8-23% ตามลำดับ แต่ยังคงเติบโต 15%YoY: เราปรับคาดการณ์รายได้ปี 66 ลดลง 8% สู่ 2,742 ลบ. +14% โดยรายได้ยังคงเติบโตจากปีก่อน ตามแผนขยายสาขาใหม่อีก 6 สาขา สู่ทั้งหมด 49 สาขา ณ สิ้นปี 66 อย่างไรก็ตาม แผนการขยายสาขาใหม่ยังน้อยกว่าแผนเดิม 1 สาขา ที่คาดจะมีทั้งหมด 50 สาขา ณ สิ้นปี 66  นอกจากนี้ เราปรับลดสมมติฐาน %GPM ลงสู่ระดับ 17.1% (จากเดิม 17.4%) เป็นฐานใหม่ซึ่งเท่ากับปี %GPM ในปี 65 ส่งผลให้เราปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 66 ลดลง 23% สู่ 168 ลบ. +15%

•    คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 66 ที่ 5.75 บาท: เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 66 ของ TNP ที่ 5.75 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาเหมาะสมเดิมปี 65 ที่ราว 5.80 บาท จากการปรับลดคาการณ์กำไรต่อหุ้นปี 66 ลงสู่ 0.21 บาท/หุ้น จากเดิม 0.27 บาท/หุ้น โดยอิง Prospective PER ที่ระดับเดิม 27.5x ซึ่งยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมค้าปลีกที่ระดับ 34.1x ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ PER ระดับ 19.7x โดยราคาเป้าหมายยังคงมีอัพไซต์จากราคาปัจจุบัน 46% ส่งผลให้เราคงคำแนะนำ “ซื้อ”
 

 

 

ปัจจัยเสี่ยง

i) แนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมค้าปลีก
ii) แผนการขยายสาขาไม่เป็นไปตามเป้า
iii) การเติบโตของยอดขายสาขาเดิมเริ่มชะลอลง
iv) ภาครัฐหยุดกระตุ้นเศรษฐกิจ