วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยังคงมอง ขึ้นซื้อ (น้อยหน่อย) ลงซื้อ (มากหน่อย)

เงินเฟ้อที่ลดมากกว่าคาด สนับสนุนมุมมองเฟดอาจตรึงขึ้นดอกเบี้ยหลังการประชุม ธ.ค. สหรัฐฯรายงานเงินเฟ้อ ต.ค.ที่ 7.7% ต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ 7.9% และลดลงจาก ก.ย.ที่ 8.2%

ขณะที่เงินเฟ้อไม่รวมอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้นในอัตราชะลอตัวยืนยันเงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุดแล้วในระยะสั้น  ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เฟดผ่อนคลายระดับการดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวได้ ปฏิกิริยาของนักลงทุนตอบรับในเชิงบวก 1) คาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเฟด 13-14 ธ.ค. ที่ 0.50% อยู่ที่ความน่าจะเป็น 80% ขณะที่การขึ้น 0.75% มีโอกาสลดลงเหลือเพียง 20% 2) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 2 ปี ลดเหลือ 4.33% (จาก 4.58%) และ 10 ปี ลดเหลือ 3.81% (จาก 4.10%) 3) อัตราดอกเบี้ยสูงสุดของวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้ ล่าสุด ปรับลดลงเหลือ 4.903% (จาก 5.136% เมื่อ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา) // ปัจจัยทั้งหมดข้างต้น สนับสนุนมุมมองของเราที่ประเมินเฟดมีโอกาสตรึงดอกเบี้ยนโยบาย โดยเฉพาะหลังการประชุม ธ.ค.ที่ดอกเบี้ยนโยบายน่าจะขึ้นถึง 4.50% ใกล้เป้าหมายสูงสุด ทำให้เฟดน่าจะมีความยืดหยุ่นในการรอดู 
 

คงมุมมองบวกต่อการลงทุนในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า เรายังคงมุมมองบวกต่อการลงทุนในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะต่อหุ้นไทยและอาเซียน เนื่องจากโมเมนตัมการเติบโตและฟื้นตัวของการท่องเที่ยวที่มีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่มีเงินทุนสำรองสูงแลละมีความเสี่ยงเรื่องภาระหนี้ต่างประเทศต่ำกว่าหลายประเทศทั้งใน EM และ DM อีกทั้งไทยจะมีนโยบายสนับสนุนการฟื้นตัวของการบริโภคที่สำคัญก่อนการเลือกตั้งใหญ่ พ.ค.66 ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียน ขณะที่ความเสี่ยงจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ เรามองว่าแม้เงินเฟ้อสหรัฐฯ อาจไม่ลงเร็ว แต่ความเสี่ยงเงินเฟ้อที่จะกลับมาสูงขึ้นจะอยู่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 ขณะที่การตรึงดอกเบี้ย หรือขึ้นดอกเบี้ยในอัตราชะลอ จะส่งผลให้ภาวะการลงทุนผ่อนคลายกว่าในเฟสของการเร่งขึ้นดอกเบี้ยก่อนหน้า ทำให้ภาพการลงทุนในช่วง 3-6 เดือน ข้างหน้าโดยรวมเป็นบวกมากว่าลบ

 

 

 

ประเด็นลงทุนที่น่าสนใจ 1) ฟื้นตัวจากเศรษฐกิจและเปิดเมือง BBL, SCB, MINT, SPA, VRANDA, TNR, KISS, CPN, CRC, CPALL, MAKRO  2) การขายไฟพลังงานมทดแทน 5200MW GULF, GUNKUL, BCPG, SSP 3) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรผ่านจุดสูงสุด ADVANC, EGCO, RATCH 4) อสังหาริมทรัพย์ SPALI, AP, LH, ASW 5) หุ้นเข้า MSCI (มีผล 30 พ.ย.) BAM, ERW, JWD, NEX, RAM 6) มีโอกาสเข้า SET50 ได้แก่ DELTA, RATCH, COM7, CENTEL

 

ภาพรวมกลยุทธ์: มีโอกาสปรับตัวขึ้นแรงจากการไล่ซื้อปิดสถานะของผู้ขายชอร์ต ทำให้มีโอกาสผ่านแนวต้าน 1,635-1,640 จุด ซึ่งหากผ่าน 1,655-1,660 จุด จะทำให้ภาพทางเทคนิคเปลี่ยนแปลงไปเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ กลยุทธ์ในภาพใหญ่ไม่เปลี่ยน คือ เน้นกลุ่มหุ้นเปิดเมือง และบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ //หุ้นแนะนำ: MINT*, EGCO*, VRANDA*, MAJOR*

แนวรับ: 1,614 / แนวต้าน : 1,635 และ 1,655 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
 

 

 

ประเด็นการลงทุน

สหรัฐเผยดัชนี CPI +7.7% เดือนต.ค. ต่ำกว่าคาดการณ์ – ปรับตัวขึ้น 7.7% ในเดือนต.ค. yoy ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ 7.9% และชะลอตัวจากระดับ 8.2% ในเดือนก.ย.

สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานสูงกว่าคาด – เพิ่มขึ้น 7,000 ราย สู่ระดับ 225,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 220,000 ราย

นักลงทุนเทน้ำหนักเฟดขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.50% เดือนหน้า - ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในเดือนธ.ค. หลังการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาด

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 สูงสุดรอบ 10 เดือน –ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค.อยู่ที่ระดับ 46.1 จากเดือนก.ย.65 อยู่ที่ระดับ 44.6 โดยดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และสูงสุดในรอบ 10 เดือน ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวม อยู่ที่ 40.0 

กกพ.งดเก็บเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าชั่วคราว เริ่ม ม.ค.66 – คาดว่าจะสามารถลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนโดยเฉพาะในปี 66 ที่แนวโน้มค่าไฟยังคงมีแนวโน้มสูงและแพงต่อเนื่องได้รวม 1,534.92 ล้านบาท โดยจะลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนลงเป็นจำนวน 0.0063 บาทต่อหน่วย 

กนอ. เผยยอดขาย-เช่าพื้นที่นิคมฯ ปีงบ 65 โตพุ่ง 65.1% หลังเปิดประเทศ - การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เผยว่า ยอดขาย/เช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม (ก.ย.64-ต.ค.65) มีจำนวน 2,016.24 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 65.1% ซึ่งเป็นไปตามที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ หลังการเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาชมพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น

MSCI Rebalancing - MSCI ประกาศปรับหุ้นเข้า/ออก มีผล (effective) วันที่ 30 พ.ย.

MSCI Global Standard (+) หุ้นเข้า: ไม่มี / (-) หุ้นออก: BAM

MSCI Global Small Cap (+) หุ้นเข้า: BAM, ERW, JWD, NEX, RAM / (-) หุ้นออก: PSG, SYNEX

 

ประเด็นติดตาม: 15 พ.ย. – US PPI / 16 พ.ย. – US Retail Sales / 17 พ.ย. – EU CPI, US Building Permits / 18 พ.ย. –US Existing Home Sales / 20 พ.ย. – TH GDP Q3

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)