วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ทองคำโลก พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ดอลลาร์อ่อนค่า น้ำมันร่วง

ราคาทองคำโลกแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ ทะลุ 4,100 ดอลลาร์ ขณะที่ดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอ่อนตัว นักลงทุนรอข้อมูลการจ้างงานสหรัฐ

รอยเตอร์ รายงานว่า ราคาทองคำโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ในวันพฤหัสบดี (5 พ.ย.69) หลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยคลายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ นักลงทุนจึงรอข้อมูลการจ้างงานสำคัญของสหรัฐ เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายดอกเบี้ย

 

ราคาทองคำสปอต (Spot Gold) เพิ่มขึ้น 1% อยู่ที่ 4,100.27 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 14:05 น. ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐ หรือ 19:05 น. GMT หลังจากขึ้นไปแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 4,146.63 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2569

ราคาทองคำพุ่งขึ้นเกือบ 3.4% เมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม  2569 โดยสัปดาห์นี้ราคาทองคำเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 250 ดอลลาร์ จากระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปีที่ 3,869.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งทำไว้เมื่อวันศุกร์

สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐ (US Gold Futures) ส่งมอบเดือนธันวาคม ปิดเพิ่มขึ้น 1% ที่ 4,113.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ดัชนีดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2569  ทำให้ทองคำซึ่งซื้อขายด้วยสกุลดอลลาร์มีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรฐานตลาด อยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 เดือน

ราคาน้ำมันร่วง ลดความกังวลเงินเฟ้อ

เดวิด เมเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายซื้อขายโลหะของ High Ridge Futures กล่าวว่า “ไม่ได้หมายความว่าในตอนนี้ความคาดหวังเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยจะหายไปโดยสิ้นเชิง” พร้อมเสริมว่า “เมื่อเราเห็นราคาพลังงานอ่อนตัวลง ตลาดก็คาดว่าแรงกังวลเรื่องเงินเฟ้อจะลดลง และความจำเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยในระยะต่อไปอาจน้อยลง”

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ยังคงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากร่วงเกือบ 9% ในการซื้อขายครั้งก่อน เนื่องจากมีความหวังว่าชัยชนะครั้งใหญ่ของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งสหรัฐ อาจลดความเสี่ยงของการยกระดับสงครามอิหร่านเพิ่มเติม

ปัจจุบันนักลงทุนมองว่า มีโอกาส 66% ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ตามข้อมูลจากเครื่องมือติดตามเฟด FedWatch ของ CME อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ ซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

 

นักลงทุนยังรอรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ ต่อไป

ไท หว่อง นักซื้อขายโลหะอิสระ กล่าวว่า “ข้อมูลการจ้างงานในช่วงหลังมีความผันผวน และทองคำอาจเปราะบางหากตัวเลขออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ซึ่งน่าจะยืนยันการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ที่ตลาดคาดการณ์กันอยู่แล้วในระดับสูง”

 

ด้านธนาคารกลางโปแลนด์บรรลุเป้าหมายที่เคยประกาศไว้ในการถือครองทองคำสำรองจำนวน 700 เมตริกตัน โดยยัง “เปิดทาง” เอาไว้สำหรับการเข้าซื้อทองคำเพิ่มเติมในอนาคต

สำหรับโลหะมีค่าอื่นๆ ราคาเงินสปอต (Spot Silver) ทรงตัวที่ 52.23 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แพลทินัมเพิ่มขึ้น 1.6% สู่ระดับ 1,520.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแพลเลเดียมปรับขึ้น 3.8% สู่ระดับ 1,042.24 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อัปเดต ราคาช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569

ราคาทองคำสปอต เพิ่มขึ้น 0.4% อยู่ที่ 4,103.84 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 08:08 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ขณะที่ราคาโลหะเงินเพิ่มขึ้น 0.4% อยู่ที่ 51.99 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนราคาแพลทินัม และแพลเลเดียมขยับลดลงเล็กน้อย

ดัชนี Bloomberg Dollar Spot ซึ่งเป็นมาตรวัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% ในการซื้อขายครั้งก่อน

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ทองคำมีแนวโน้มทำสถิติปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม หลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ลดลง

ทองคำแท่งซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 4,090 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีแนวโน้มปรับขึ้นมากกว่า 5% ในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม การพุ่งขึ้นถูกจำกัดไว้บางส่วน เนื่องจากนักลงทุนบางรายขายทองคำออกมาเพื่อชดเชยผลขาดทุนในตลาดหุ้น

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์