วันพุธ ที่ 4 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ทองคำโลกลดลงอีกครั้ง ดอลลาร์แข็งค่า จับตาผลเลือกตั้งกลางเทอม

ราคาทองคำโลกปรับตัวลดลงอีกครั้ง ขณะที่ดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ

KEY POINTS

  • ราคาทองคำปรับตัวลดลงจากแรงกดดันของเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ที่สูงขึ้น
  • นักลงทุนจับตาผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการคลังซึ่งจะส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์และราคาทองคำ
  • ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มสูงที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันราคาทองคำ

รอยเตอร์ รายงานว่า ราคาทองคำโลกลดลงเล็กน้อยในวันอังคาร (3 พ.ย. 69) หลังจากก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้น เนื่องจากเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ที่สูงขึ้นกดดันราคาทองคำ ขณะที่นักลงทุนรอผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการคลัง

 

ราคาทองคำสปอต (Spot Gold) ลดลง 0.5% มาอยู่ที่ 3,927.18 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 14:06 น. ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐ หรือ 19:06 น. GMT ก่อนหน้านี้ราคาทองคำลดลง 1% แตะระดับต่ำสุดระหว่างวันที่ 3,893.31 ดอลลาร์ต่อออนซ์ การลดลงของราคาน้ำมันช่วยคลายความกังวลด้านเงินเฟ้อบางส่วน และเปิดทางให้ทองคำฟื้นตัวได้ช่วงสั้น ๆ ก่อนราคาจะกลับมาปรับตัวลงอีกครั้ง

สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐ (US Gold Futures) ส่งมอบเดือนธันวาคมปิดลดลง 0.7% ที่ 3,940.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ราคาน้ำมันลด ดีต่อตลาดทองคำ

ราคาน้ำมันปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ขณะที่ตลาดประเมินความเป็นไปได้ของการเจรจายุติสงครามในยูเครนและอิหร่าน เทียบกับความกังวลว่าเหตุโจมตีครั้งล่าสุดในทั้งสองความขัดแย้งอาจทำให้อุปทานหยุดชะงักเพิ่มเติม

 

ฟิลลิป สไตรเบิล หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Blue Line Futures กล่าวว่า “ดอลลาร์กำลังแข็งค่าขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกำลังสูงขึ้น” ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ

 

ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ขณะที่นักลงทุนประเมินความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของข้อตกลงระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน รวมถึงผลการเลือกตั้งกลางเทอม ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ก็ขยับสูงขึ้นเล็กน้อย

 

การคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยที่ลดลงเล็กน้อยช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่างทองคำ โดยขณะนี้นักลงทุนมองว่ามีโอกาส 79% ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ตามเครื่องมือติดตามเฟด FedWatch ของ CME

 

นักลงทุนให้ความสนใจกับการเลือกตั้งสหรัฐ ในวันอังคาร โดยผลสำรวจและนักวิเคราะห์อิสระส่วนใหญ่คาดว่า พรรคเดโมแครตมีโอกาสชิงเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรคืนจากพรรครีพับลิกัน ขณะที่ผลการควบคุมวุฒิสภายังไม่แน่นอน

 

ฟาวัด ราซักซาดา นักวิเคราะห์ตลาดจาก Forex.com กล่าวว่า “หากพรรคเดโมแครตกวาดชัยชนะทั้งสองสภา (Democratic clean sweep) อาจสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เพราะจะทำให้รัฐบาลผลักดันกฎหมายต่าง ๆ ได้ยากขึ้น รวมถึงมาตรการที่เกี่ยวข้องกับเพดานหนี้ด้วย หากดอลลาร์อ่อนค่า นั่นเป็นหนึ่งในช่องทางที่อาจช่วยพยุงราคาทองคำได้”

 

ขณะเดียวกัน สภาทองคำโลก (World Gold Council) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของการลงทุนในทองคำปีนี้ลงมาอยู่ที่ 200 เมตริกตัน  จากเดิมที่ประเมินไว้ 400 ตัน แต่กลับปรับเพิ่มประมาณการการซื้อทองคำของธนาคารกลาง

 

ราคาเงินตลาดสปอต (Spot Silver) ร่วงลง 1.9% มาอยู่ที่ 49.69 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาแพลทินัมลดลง 1.9% สู่ระดับ 1,421.18 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแพลเลเดียมร่วง 3.4% มาอยู่ที่ 935.73 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

อัปเดตราคาช่วงเช้าวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน 2569

ราคาทองคำสปอตเพิ่มขึ้น 0.2% อยู่ที่ 3,938.47 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 08:17 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ขณะที่ราคาเงินทรงตัวที่ 49.81 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนราคาแพลทินัมและแพลเลเดียมขยับขึ้นเล็กน้อย ดัชนี Bloomberg Dollar Spot ซึ่งเป็นมาตรวัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 0.1% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในการซื้อขายครั้งก่อน

 

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองยังคงเคลื่อนไหวในแดนลบ ขณะที่นักลงทุนติดตามความพยายามทางการทูตในตะวันออกกลางและผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและนโยบายการคลังของสหรัฐ

 

ราคาทองคำแท่งเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับ 3,930 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เช้าวันพุธ หลังจากลดลงเล็กน้อยในช่วงก่อนหน้า ซึ่งเกิดขึ้นหลังราคาพุ่งขึ้นเกือบ 2% เมื่อวันจันทร์ การเคลื่อนไหวของโลหะมีค่านี้ในสัปดาห์นี้ยังผันผวน เนื่องจากมีสัญญาณขัดแย้งกันเกี่ยวกับความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ทำให้ประเมินผลกระทบของราคาพลังงานต่อเงินเฟ้อได้ยากขึ้น