วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม 2569

Login
Login

“วิทัย” ดัน Bangkok Blueprint วาง 12 หลักการ สกัดภัยการเงินโลก

“วิทัย” ผลักดัน Bangkok Blueprint วาง 12 หลักการภายใต้ 5 เสาหลัก รับมือ Fraud Scam และ Cyber Risk ระดับโลก เปิดข้อมูลความเสียหายจากมิจฉาชีพในไทย ครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ราว 9,000 ล้านบาท ชูแนวทางสร้าง “คอขวด” สกัดเส้นทางเงินเทา เผยผลมาตรการช่วยลดการถอนเงินสดลงราว 50% และการถอนทองคำแท่งมูลค่าเกิน 2 ล้านบาทลดลง 70%

KEY POINTS

  • ธปท.ชู "Bangkok Blueprint" คือกรอบอ้างอิง 12 หลักการ ที่ไทยร่วมกับธนาคารโลกและ IMF หวังใช้รับมือภัยหลอกลวงทางการเงินและความเสี่ยงทางไซเบอร์
  • มีเป้าหมายเพื่อให้แต่ละประเทศมีแนวทางป้องกันภัยการเงิน
  • ชี้ภัยการเงินในภูมิภาคเอเชียมีสัดส่วนความเสียหายสูงถึง 67% ของมูลค่าความเสียหายทั่วโลก

 

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้ร่วมกับธนาคารโลก (World Bank Group) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จัดทำเอกสาร “Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services” เพื่อเป็นกรอบอ้างอิงให้ประเทศต่างๆนำไปใช้รับมือปัญหาการหลอกลวงทางการเงิน (Fraud Scam) และความเสี่ยงทางไซเบอร์ (Cyber Risk) ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่หลายประเทศกำลังเผชิญ

Bangkok Blueprint ประกอบด้วยหลักการสำคัญ 12 ข้อ ในลักษณะ Principle-based เพื่อให้แต่ละประเทศนำไปปรับใช้ตามบริบทและระดับการพัฒนาของระบบการเงิน โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นวางระบบป้องกันภัยทางการเงินจากศูนย์
 

นายวิทัยกล่าวว่า นอกจากการจัดทำ Bangkok Blueprint แล้ว สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ยังได้ศึกษามาตรการรับมือภัยการเงินของไทย มาเลเซีย ฮ่องกง และสิงคโปร์ พบว่า แม้แต่ละประเทศจะดำเนินมาตรการแตกต่างกัน แต่มีทิศทางและแนวปฏิบัติที่ใกล้เคียงกัน

ผลการศึกษาพบว่า ภูมิภาคเอเชียมีสัดส่วนถึง 67% ของมูลค่าความเสียหายจาก Fraud Scam ทั่วโลก

ขณะที่ประเทศไทยมีความเสียหายจากภัยทางการเงินประมาณ 43,000 ล้านบาทในปี 2567 ลดลงเหลือกว่า 30,000 ล้านบาทในปี 2568 และอยู่ที่ประมาณ 9,000 ล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปีปัจจุบัน

แม้ความเสียหายลดลง แต่ ธปท.ยังต้องดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 4 ด้าน ได้แก่ หนี้ครัวเรือน การเข้าถึงสินเชื่อของ SME การดูแลต้นทุนบริการทางการเงินให้เป็นธรรมทั้งดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม และการจัดการปัญหาเงินเท้ากับคอร์รัปชัน

สำหรับการจัดการเงินเทาธปท.ได้ดำเนินมาตรการตั้งแต่การควบคุมการเปิดบัญชีเงินฝากเพื่อป้องกันบัญชีม้า การกำหนดหลักเกณฑ์ Know Your Merchant (KYM) สำหรับผู้ให้บริการระบบรับชำระเงินที่เป็นตัวแทนรับชำระเงินให้กับการพนันออนไลน์ ไปจนถึงการติดตามธุรกรรมต้องสงสัยและการถอนเงินสดจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังยกระดับมาตรการป้องกันการนำเงินสดไปเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ประเภทอื่น ทั้งทองคำ เงินตราต่างประเทศ และสินทรัพย์ดิจิทัล โดยทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ในการกำกับดูแลธุรกรรมที่มีความเสี่ยง

นายวิทัย กล่าวต่อว่า ปัญหาเงินเทา การฟอกเงิน คอร์รัปชัน และการหลอกลวงทางการเงินมีความเชื่อมโยงกัน และต้องอาศัยการเคลื่อนย้ายเงินผ่านระบบการเงิน แม้ธปท.ไม่มีอำนาจโดยตรงในการจับกุมผู้กระทำผิด

แต่สามารถสร้าง “คอขวด” (Chokepoints) เพื่อทำให้การนำเงินเข้าระบบ การเปิดบัญชี การถอนเงิน และการเปลี่ยนเงินเป็นสินทรัพย์อื่นทำได้ยากขึ้น

มาตรการดังกล่าวทำให้ภาพรวมการถอนเงินสดลดลงประมาณ 50% ขณะที่การถอนทองคำแท่งมูลค่าเกิน 2 ล้านบาทลดลงประมาณ 70%

อย่างไรก็ตาม การลดลงของธุรกรรมไม่ได้หมายความว่าปัญหาจะหมดไปทั้งหมด เมื่อกลุ่มมิจฉาชีพเปลี่ยนวิธีการ ธปท. จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์และปรับมาตรการให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ เชื่อว่าBangkok Blueprint นายวิทัยกล่าวถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในประเทศและระหว่างประเทศ เนื่องจากภัยทางการเงินอาจมีต้นทางและเส้นทางการเคลื่อนย้ายเงินเกี่ยวข้องกับหลายประเทศ การประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามพรมแดนจึงเป็นส่วนสำคัญในการรับมือปัญหา

นอกจากนี้  Bangkok Blueprint มุ่งเป็นกรอบอ้างอิงให้ประเทศต่างๆนำไปปรับใช้ และเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศในการรับมือภัยทางการเงินดิจิทัล