“วิทัย” ชู Bangkok Blueprint ขึ้นเวที IMF-World Bank วางหลักการรับมือ Fraud-Scam-Cyber Risk หวังเป็นเอกสารอ้างอิงระดับโลก ชี้ปัญหาลุกลามเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างทั่วโลก ย้ำไทยต้องนำไปปรับใช้จริง พร้อมเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 4 ด้าน ทั้งหนี้ครัวเรือน สินเชื่อ SME ต้นทุนบริการทางการเงินที่เป็นธรรม และเงินสีเทา
KEY POINTS
- "วิทัย" ขึ้นเวทีโลกเสนอ 'Bangkok Blueprint'ต้นแบบในการจัดการภัยการเงินดิจิทัลและสกัดเงินสีเทา
- หวังเป็นเป้าหมายเพื่อให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกนำไปปรับใช้เป็นแนวทางแก้ปัญหาการฉ้อโกง (Fraud), การหลอกลวง (Scam) และความเสี่ยงทางไซเบอร์
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เปิดเผยว่า การขึ้นเวที การประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ธปท. เตรียมเสนอ 'Bangkok Blueprint' แนวทางบริหารจัดการภัยการเงินดิจิทัล ที่จัดทำร่วมกันระหว่างธนาคารโลก (World Bank) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อกำหนดหลักการในการดูแลและป้องกันปัญหาการฉ้อโกง(Fraud)การหลอกลวง(Scam)และความเสี่ยงทางไซเบอร์ (Cyber Risk) ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสำคัญในภูมิภาคเอเชีย และขยายวงกว้างไปยังภูมิภาคต่างๆทั่วโลก
โดยเอกสารดังกล่าวเป็นผลงานทางวิชาการสำคัญของการประชุมในปีนี้ โดยเกิดจากความพยายามร่วมกันของทั้ง 3 หน่วยงาน เพื่อจัดทำหลักการสำหรับใช้เป็นแนวทางให้ประเทศต่างๆนำไปปรับใช้ในการแก้ปัญหา เนื่องจากที่ผ่านมา การศึกษาในประเด็นดังกล่าวยังมีอยู่จำกัด ขณะที่ปัญหา Fraud, Scam และ Cyber Risk เป็นเรื่องที่หลายประเทศให้ความสำคัญมากขึ้น
ซึ่ง Bangkok Blueprint' จะเป็นแนวทางหลักการ (Principle Guideline) ครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดกฎหมาย การประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน การออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงิน (Product Design)
ไปจนถึงกระบวนการตรวจจับเหตุผิดปกติ การตอบสนองต่อปัญหา และการติดตามเพื่อเรียกคืนหรือฟื้นฟูเงินที่ได้รับผลกระทบ
“มันก็จะเหมือนกับสิ่งที่ช่วยให้ประเทศต่างๆที่อาจจะเพิ่งพบหรือเจอปัญหาพวกนี้ มีหลักการว่าโดยหลักการแล้วต้องแก้ปัญหายังไง มีการกำหนดเรื่องกฎหมายยังไง ร่วมทำงานยังไง ต้องมี Product Design ยังไง ต้องมี Process ของการตรวจจับ การ Response หรือการ Recover เงินที่เกิดขึ้นยังไง”
โดย ประเทศต่างๆสามารถนำหลักการจาก Bangkok Blueprint ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและปัญหาของแต่ละประเทศได้
โดยประเทศไทยเองก็เผชิญปัญหา Fraud และ Scam เช่นกัน การจัดทำเอกสารนี้จึงเป็นทั้งความร่วมมือเพื่อช่วยแก้ปัญหาของไทยและช่วยให้ประเทศอื่นมีแนวทางรับมือ
นอกจากนี้ Bangkok Blueprint ยังมีเป้าหมายให้เป็นเอกสารอ้างอิง (Reference) สำหรับการดำเนินงานในอนาคต แม้การประชุมจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม โดยนายวิทัยมองว่า การมีส่วนร่วมจัดทำหลักการร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศเป็นโอกาสสร้างชื่อให้ประเทศไทยในประเด็นที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ
“กลายเป็นเหมือนกับเอกสารที่ถูกใช้อ้างอิงต่อไปในอนาคต หลังจากงานประชุมครั้งนี้ด้วย ก็เป็นการสร้างชื่อให้ประเทศไทย เพราะฉะนั้นจากนี้ไป เวลาพูดเรื่องนี้ซึ่งเป็นปัญหาหลักของทั้งโลกตอนนี้ ก็จะ Refer ถึง Bangkok Blueprint ซึ่งประกาศโดยงานนี้”
- ธปท. ขยายบทบาทแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 4 ด้าน
นายวิทัยกล่าวว่า ปัจจุบันธปท. ขยายบทบาทจากการดูแลนโยบายการเงินไปสู่การช่วยแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ 4 ด้าน ได้แก่ หนี้ครัวเรือน การเข้าถึงสินเชื่อของ SME การเข้าถึงบริการทางการเงินด้วยต้นทุนที่เป็นธรรม และปัญหาเงินสีเทา
ทั้ง 4 ด้านมีความเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะปัญหาเงินสีเทาที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวง การฉ้อโกง และการคอร์รัปชัน ซึ่งเงินที่เกิดจากกิจกรรมเหล่านี้หมุนเวียนอยู่ในระบบการเงินไทย
“จริงๆก็จะเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน เพราะว่าเงินเทาทั้งหลายก็นอกจากจะมาจากเรื่องของ Scam Fraud หรือคอร์รัปชัน แล้วสุดท้ายมันก็จะวนๆอยู่ในระบบการเงินไทย”
- ชี้หลายประเทศจับตาแนวทางรับมือปัญหา
นายวิทัยกล่าวว่า จากการพูดคุยกับผู้ว่าการธนาคารกลางและผู้นำกระทรวงการคลังของประเทศต่าง ๆ พบว่า ปัญหา Fraud, Scam และ Cyber Risk เป็นเรื่องที่ได้รับความสำคัญอย่างมาก และกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างในระดับโลก ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภูมิภาคเอเชีย
ทั้งสหรัฐอเมริกา ลาตินอเมริกา และเอเชีย ต่างเผชิญปัญหาดังกล่าว ทำให้หลายประเทศติดตามว่า Bangkok Blueprint จะเป็นเอกสารอ้างอิงที่สามารถนำกลับไปปรับใช้ได้อย่างไร
ทั้งนี้ ย้ำว่า ประเทศไทยไม่ควรมองว่าการจัดทำเอกสารดังกล่าวหมายความว่าตนเองดำเนินการได้ดีครบถ้วนแล้ว แต่ต้องนำหลักการมาปรับใช้และพัฒนาการทำงานต่อไป แม้บางด้านประเทศไทยจะทำได้มากกว่าประเทศอื่น แต่ก็ยังมีหลายส่วนที่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติม
สำหรับการที่ประเทศไทยกลับมาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 เป็นครั้งที่ 2 เวทีนี้เป็นโอกาสให้ประเทศไทยแสดงศักยภาพ หรือ Showcase เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนานาชาติ





