เปิดรายละเอียด เสียภาษีการรับมรดก ดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ว ยื่นแบบ ภ.ม.60 และชำระภาษีผ่านระบบ e-Filing ได้ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
เรื่องมรดกเป็นสิ่งที่หลายครอบครัวต้องเตรียมรับมือในช่วงเวลาที่ไม่ง่ายนัก นอกจากการจัดการทรัพย์สิน เอกสาร และขั้นตอนทางกฎหมายแล้ว ยังมีเรื่องภาษีที่ผู้รับมรดกบางรายต้องตรวจสอบให้รอบคอบ โดยเฉพาะกรณีที่มูลค่ามรดกสุทธิจากเจ้าของมรดกรายหนึ่งมีจำนวนสูงเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ล่าสุดกรมสรรพากรเพิ่มความสะดวกให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับมรดก โดยเปิดให้ยื่นแบบ ภ.ม.60 และชำระภาษีผ่านระบบ e-Filing ได้ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ทำให้ผู้เสียภาษีสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสำนักงานสรรพากรในกรณีที่ระบบรองรับ
ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีมรดก?
สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ การได้รับมรดกไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องเสียภาษีการรับมรดกทันที กฎหมายกำหนดเกณฑ์ไว้ที่ 100 ล้านบาท ผู้รับมรดกจะมีหน้าที่เสียภาษีเมื่อได้รับทรัพย์สินจากเจ้าของมรดกแต่ละราย เมื่อรวมมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับแล้วหักด้วยภาระหนี้สินอันตกทอดจากการรับมรดก มีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท โดยจะเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านบาทเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น หากบุคคลหนึ่งได้รับมรดกสุทธิจากเจ้าของมรดกรายเดียวเป็นมูลค่า 120 ล้านบาท ส่วนที่นำมาคำนวณภาษีจะอยู่ที่ 20 ล้านบาท ไม่ใช่ทั้ง 120 ล้านบาท
ดังนั้น คนที่ได้รับมรดกในระดับหลักล้านหรือหลักสิบล้านบาทโดยยังไม่เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จึงไม่ใช่กรณีเดียวกับผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีการรับมรดก
ภ.ม.60 คืออะไร?
ภ.ม.60 คือ แบบแสดงรายการภาษีการรับมรดกตามพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ใช้สำหรับผู้ที่เข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษีการรับมรดก
ข้อมูลในแบบจะเกี่ยวข้องกับตัวผู้รับมรดก เจ้าของมรดก ความสัมพันธ์ระหว่างกัน วันที่ได้รับมรดก รวมถึงรายละเอียดทรัพย์สินและภาระหนี้สินที่เกี่ยวข้อง กรมสรรพากรมีแบบและคู่มือการกรอกแบบเผยแพร่ไว้สำหรับผู้เสียภาษีโดยเฉพาะ
จุดสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ ผู้ที่เข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษีต้องยื่นแบบภายใน 150 วันนับแต่วันที่ได้รับมรดกอันเป็นเหตุให้มีหน้าที่เสียภาษี
ยื่นออนไลน์ได้แล้ว ทำอย่างไร?
การเปิดบริการ e-Filing ทำให้ขั้นตอนของผู้เสียภาษีสะดวกขึ้น โดยกรมสรรพากรระบุว่าตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2569 เป็นต้นมา สามารถยื่นแบบและชำระภาษีการรับมรดก ภ.ม.60 ผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยระยะแรกมีบริการรองรับการยื่นแบบปกติสำหรับกรณีที่ได้รับมรดกสุทธิเกิน 100 ล้านบาท ในทางปฏิบัติผู้มีหน้าที่เสียภาษีควรเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้รับ เอกสารระบุตัวบุคคล ข้อมูลเจ้าของมรดก ตลอดจนรายละเอียดหนี้สินที่สามารถนำมาพิจารณาตามหลักเกณฑ์ ก่อนเริ่มกรอกข้อมูลในระบบ
ซึ่งระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรเป็นช่องทางกลางสำหรับการยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ต และรองรับการยื่นภาษีหลายประเภท รวมถึงภาษีมรดกด้วย
เสียภาษีในอัตราเท่าไร?
อัตราภาษีการรับมรดกแบ่งตามความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับกับเจ้าของมรดก โดยทั่วไปอยู่ที่ 10% ของมูลค่ามรดกสุทธิส่วนที่ต้องเสียภาษี แต่หากผู้รับมรดกเป็น บุพการีหรือผู้สืบสันดาน จะใช้อัตรา 5% ของมูลค่ามรดกสุทธิส่วนที่ต้องเสียภาษี
ลองยกตัวอย่างง่ายๆ หากผู้รับมรดกที่อยู่ในกลุ่มใช้อัตรา 10% ได้รับมรดกสุทธิ 150 ล้านบาทจากเจ้าของมรดกรายหนึ่ง ส่วนที่เกินเกณฑ์ 100 ล้านบาทคือ 50 ล้านบาท ภาษีตามอัตราดังกล่าวจะอยู่ที่ 5 ล้านบาท ส่วนกรณีผู้รับเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดาน หากมีมรดกสุทธิ 150 ล้านบาท ส่วนที่ต้องเสียภาษียังคงเป็น 50 ล้านบาท แต่ใช้อัตรา 5% ทำให้ภาษีอยู่ที่ 2.5 ล้านบาท
ทั้งนี้ การคำนวณจริงต้องพิจารณาประเภททรัพย์สิน หลักเกณฑ์การประเมินมูลค่า และรายการหนี้สินหรือทรัพย์สินที่กฎหมายกำหนดให้หักได้ จึงไม่ควรนำตัวอย่างไปใช้แทนการคำนวณในกรณีจริงโดยตรง
อย่าปล่อยให้เลยกำหนด
เรื่องหนึ่งที่ผู้รับมรดกควรระวังคือกำหนดเวลายื่นแบบ เพราะหากยื่นล่าช้าอาจมีทั้งเงินเพิ่มและเบี้ยปรับตามกฎหมาย กรมสรรพากรระบุว่า หากยื่นแบบและชำระภาษีภายหลังกำหนด จะมีเงินเพิ่มในอัตรา 1.50% ต่อเดือนหรือเศษของเดือน และกรณีล่าช้ายังมีเบี้ยปรับตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ด้วย
ดังนั้น การที่ภาษีมรดกมีเกณฑ์สูงถึง 100 ล้านบาทไม่ได้หมายความว่าผู้ที่เข้าเกณฑ์สามารถรอได้โดยไม่ต้องจัดการเอกสาร เพราะเมื่อถึงเวลาที่มีหน้าที่เสียภาษีแล้ว กำหนดเวลา 150 วันก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
สรุป การเปิดให้ยื่นและชำระ ภ.ม.60 ผ่าน e-Filing ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ถือเป็นอีกขั้นของการปรับบริการภาษีเข้าสู่ระบบดิจิทัล ช่วยลดขั้นตอนการเดินทางและเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องจัดการภาษีการรับมรดก
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญกว่าการรู้ว่ายื่นออนไลน์ได้ คือการตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า “มรดกที่ได้รับ” เข้าข่ายต้องเสียภาษีหรือไม่ โดยต้องพิจารณามรดกจากเจ้ามรดกแต่ละราย มูลค่าทรัพย์สิน หนี้สินที่เกี่ยวข้อง และความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับกับเจ้าของมรดก
หากเข้าเกณฑ์และมีหน้าที่เสียภาษี ผู้รับมรดกควรเตรียมข้อมูลให้ครบและดำเนินการภายใน 150 วันตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อช่องทางออนไลน์เปิดให้ใช้งานแล้ว การจัดการภาษีมรดกก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการเดินทางไปสำนักงานสรรพากรเสมอไป แต่สามารถตรวจสอบและดำเนินการผ่านระบบดิจิทัลของกรมสรรพากรได้มากขึ้น
อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษี เพิ่มเติม คลิกที่นี่
Source : Inflow Accounting





