สรุปประเด็นสำคัญ โครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด กระทรวงกลาโหม เงินช่วยเหลือต้องนำไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่
KEY POINTS
- รัฐบาลอนุมัติยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินช่วยเหลือข้าราชการทหารที่เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหม
- การยกเว้นภาษีครอบคลุมเงินช่วยเหลือและเงินผลประโยชน์จากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการในช่วงปีงบประมาณ 2568-2570
- ผู้มีสิทธิต้องเป็นข้าราชการทหารยศตั้งแต่พันเอก นาวาเอก นาวาอากาศเอกขึ้นไป ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขของโครงการ
การเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่กระทรวงกลาโหมนำมาใช้เพื่อปรับโครงสร้างกำลังพลให้เหมาะสมกับภารกิจของกองทัพ ขณะเดียวกันผู้ที่เข้าร่วมโครงการก็จะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นเงินก้อนเพื่อรองรับช่วงเปลี่ยนผ่านหลังออกจากราชการ
ประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจคือ เงินช่วยเหลือดังกล่าวต้องนำไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่ ล่าสุดมีความชัดเจนจากรัฐบาลว่า สำหรับข้าราชการทหารที่เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหมตามช่วงเวลาที่กำหนด เงินช่วยเหลือดังกล่าวได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
เงินช่วยเหลือเกษียณก่อนกำหนด ได้รับยกเว้นภาษี
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงเกี่ยวกับการยกเว้นรัษฎากร สำหรับข้าราชการทหารที่เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหม ปีงบประมาณ 2568–2570
สาระสำคัญคือ เงินช่วยเหลือที่ข้าราชการทหารได้รับตามโครงการ รวมถึงเงินหรือผลประโยชน์ที่ได้รับจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. เมื่อออกจากราชการตามโครงการ จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยกำหนดให้ครอบคลุมเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ปีภาษี 2568 เป็นต้นไป
ดังนั้นหากเป็นเงินที่ได้รับตามโครงการและเข้าเงื่อนไขของมาตรการโดยตรง ผู้ได้รับเงินไม่จำเป็นต้องนำเงินช่วยเหลือก้อนดังกล่าวไปรวมเป็นฐานในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เรื่องนี้ถือเป็นการลดภาระให้กับข้าราชการทหารที่ตัดสินใจออกจากราชการก่อนครบกำหนด เพราะเงินช่วยเหลือที่ได้รับจะสามารถนำไปใช้สำหรับการดำรงชีวิต การวางแผนอาชีพใหม่ หรือการบริหารจัดการทางการเงินหลังออกจากราชการได้เต็มจำนวนมากขึ้น
ใครบ้างที่อยู่ในโครงการ
มาตรการดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า ทหารทุกคนที่ลาออกก่อนเกษียณจะได้รับยกเว้นภาษีโดยอัตโนมัติ แต่ต้องเป็นผู้ที่เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหมและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ข้อมูลของรัฐบาลระบุว่า กลุ่มเป้าหมายในโครงการ ได้แก่ ข้าราชการทหารที่มียศตั้งแต่ พันเอก นาวาเอก และนาวาอากาศเอกขึ้นไป มีอายุ 50 ปีขึ้นไป มีเวลาราชการไม่น้อยกว่า 25 ปี และมีเวลาราชการเหลืออย่างน้อย 2 ปี ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามรายละเอียดและเงื่อนไขของโครงการ
สำหรับจำนวนเงินช่วยเหลือ มีการระบุว่า ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับเงินก้อนประมาณ 7–10 เท่าของเงินเดือนเดือนสุดท้ายรวมเงินประจำตำแหน่ง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมสิทธิประโยชน์อื่นๆ ตามโครงการ จึงต้องแยกให้ออกระหว่าง “เงินช่วยเหลือจากโครงการ” กับรายได้หรือเงินประเภทอื่นที่ผู้เกษียณอาจได้รับ เพราะการยกเว้นภาษีเป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด ไม่ใช่การยกเว้นรายได้ทุกประเภทที่ได้รับหลังออกจากราชการ
เงินจาก กบข. ก็มีสิทธิได้รับยกเว้น
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ สิทธิทางภาษีไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะเงินช่วยเหลือที่ได้รับจากกระทรวงกลาโหมเท่านั้น แต่ยังรวมถึง เงินหรือผลประโยชน์ที่สมาชิก กบข. ได้รับจากกองทุนเมื่อออกจากราชการตามโครงการ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดด้วย
มาตรการลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ทั้งหมด เพราะในอดีตภาครัฐเคยกำหนดการยกเว้นภาษีสำหรับข้าราชการทหารที่ออกจากราชการตามโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหมมาแล้ว โดยกฎกระทรวงฉบับที่ 304 เคยกำหนดให้เงินช่วยเหลือ รวมถึงเงินหรือผลประโยชน์จาก กบข. ของผู้เข้าร่วมโครงการในช่วงปีงบประมาณ 2557–2561 เป็นเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษี
ไม่ควรเข้าใจว่า “เกษียณก่อนกำหนด” ทุกกรณีไม่เสียภาษี
จุดนี้ถือว่าสำคัญที่สุด เพราะคำว่า “เกษียณก่อนกำหนด” ไม่ได้ทำให้เงินทุกประเภทได้รับการยกเว้นภาษีโดยอัตโนมัติ สิทธิยกเว้นในกรณีนี้เป็นมาตรการเฉพาะสำหรับผู้ที่เข้าโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหมตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด หากเป็นการลาออกหรือออกจากราชการด้วยเหตุอื่น ต้องพิจารณาลักษณะของเงินและกฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้องเป็นกรณีๆ ไป
กรมสรรพากรเองเคยมีแนววินิจฉัยเกี่ยวกับเงินช่วยเหลือจากโครงการเกษียณก่อนกำหนด โดยยืนยันหลักการว่า เงินที่กฎหมายกำหนดให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษี ก็ไม่ต้องนำเงินดังกล่าวมารวมเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษี
ดังนั้นผู้ที่ได้รับเงินควรตรวจสอบเอกสารการเข้าร่วมโครงการและประเภทของเงินที่ได้รับให้ชัดเจน โดยเฉพาะหากมีเงินหลายส่วนจากหลายแหล่ง เพราะแต่ละรายการอาจมีหลักเกณฑ์ทางภาษีแตกต่างกัน
สรุป...เงินช่วยเหลือที่ข้าราชการทหารได้รับจากโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหม ปีงบประมาณ 2568 - 2570 ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ของมาตรการ รวมถึงเงินหรือผลประโยชน์จาก กบข. ที่ได้รับเมื่อออกจากราชการตามโครงการด้วย โดยมีผลสำหรับเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ปีภาษี 2568 เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ไม่เสียภาษี” ควรใช้กับ เงินที่อยู่ภายใต้สิทธิยกเว้นตามกฎหมายและเข้าเงื่อนไขของโครงการเท่านั้น ไม่ควรตีความว่าเงินทุกประเภทที่ทหารได้รับหลังเกษียณก่อนกำหนดจะได้รับการยกเว้นทั้งหมด
สำหรับผู้ที่กำลังจะเข้าร่วมโครงการ จึงควรเก็บเอกสารการอนุมัติออกจากราชการ หนังสือรับรองการจ่ายเงิน และเอกสารจาก กบข. ไว้ให้ครบ เพื่อใช้ตรวจสอบสิทธิและประกอบการยื่นภาษีอย่างถูกต้องในกรณีที่มีเงินได้ประเภทอื่นร่วมด้วย ทั้งนี้รายละเอียดการใช้สิทธิจริงต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงและหลักเกณฑ์ของโครงการที่ประกาศใช้บังคับต่อไป
อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษี เพิ่มเติม คลิกที่นี่
Source : Inflow Accounting





