เปิดประตูสู่ Hedge Fund ระดับโลก! ASP-MILLENNIUM-UI ส่งผ่านการลงทุนสู่ Millennium International ชู Multi-Strategy 4 กลยุทธ์ รับมือโอกาสสร้างผลตอบแทนในช่วงสภาวะตลาดผันผวน
การกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ทางเลือก เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการเพิ่มความหลากหลายให้กับพอร์ต โดยเฉพาะกลยุทธ์ที่สามารถปรับการลงทุนให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในลักษณะสำคัญของ Hedge Fund ที่มีความยืดหยุ่นในการเลือกใช้กลยุทธ์การลงทุน อย่างไรก็ตาม Hedge Fund ระดับโลกหลายแห่งมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึง ทำให้ผู้ลงทุนทั่วไปไม่สามารถลงทุนได้โดยตรง
แต่ทว่าโอกาสดังกล่าวถูกเปิดกว้างขึ้นสำหรับผู้ลงทุนเฉพาะกลุ่มผ่าน กองทุนเปิด แอสเซทพลัส มิลเลนเนียม (อันเฮดจ์) หรือ ASP-MILLENNIUM-UI ภายใต้การบริหารของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด ซึ่งเปิดให้ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษเข้าถึงการลงทุนใน Millennium International หนึ่งใน Hedge Fund ชั้นนำระดับโลก ผ่าน Wellspring GBL Fund
ทั้งนี้ จุดเด่นของ Millennium International อยู่ที่ผลการดำเนินงานย้อนหลังที่โดดเด่นตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมา 36 ปี สามารถสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกได้ถึง 35 ปี และมีผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 13.56% ต่อปี โดย Millennium มีการบริหารกองทุนแบบ Multi Strategy ซึ่งกระจายโอกาสการลงทุนผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ Fundamental Equity, Fixed Income & Commodities, Equity Arbitrage และ Quantitative Strategies ทำให้สามารถปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับโอกาสและสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
โดยกลยุทธ์ Fundamental Equity เน้นวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและสามารถลงทุนได้ทั้งฝั่ง Long และ Short รวมถึง Futures โดยมีตัวอย่างการเปิดสถานะ Short หุ้น America Movil มูลค่ากว่า 320 ล้านดอลลาร์ในเดือน ก.ย. 2566 หลังราคาปรับตัวลงอย่างรุนแรง ขณะที่เดือน ก.ย. 2567 มีการขายหุ้น Palantir เกือบทั้งหมดหลังราคาปรับขึ้น 126% นับจากต้นปี พร้อมเพิ่มการลงทุนใน Nio ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน
สำหรับ Equity Arbitrage เน้นแสวงหาโอกาสจากธุรกรรมของบริษัท ทั้งการควบรวมกิจการ การเสนอขายหุ้น และการลงทุนในหุ้นก่อนเข้าตลาด โดยในเดือน ก.ค. 2567 มีการเข้าซื้อหุ้น Smurfit Kappa มูลค่ากว่า 700 ล้านยูโร ก่อนบริษัทควบรวมกับ WestRock เพียง 1 วัน ซึ่งราคาหลังการควบรวมคิดเป็น Upside 10.3% จากราคาก่อนการควบรวม ส่วนในเดือน ม.ค. 2565 ได้เข้าร่วมลงทุนในหุ้น Pre-IPO ของ Metagenomi ก่อนบริษัทเข้าจดทะเบียนในช่วงต้นปี 2567
ขณะที่ Quantitative Strategies ใช้โมเดลทางการเงิน สถิติ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning วิเคราะห์รูปแบบราคาและข้อมูลเพื่อค้นหาสัญญาณการลงทุน โดยมีตัวอย่างการสร้างกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินอียิปต์ประมาณ 40 ล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค. 2567 และการเปิดสถานะ Short หุ้น Burberry Group ในเดือน ส.ค.ปีเดียวกัน หลังโมเดล Quant ตรวจพบสัญญาณ Overbought ก่อนราคาปรับลดลง 20% ในเดือนเดียวกัน
ส่วน Fixed Income & Commodities ครอบคลุมการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน ตราสารอนุพันธ์ และสินค้าโภคภัณฑ์หลายประเภท ตั้งแต่ทองคำ น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ ทองแดง ไปจนถึงข้าวโพด โดยในเดือนสิงหาคม 2567 มีรายงานผลกำไรสูงถึง 600 ล้านดอลลาร์จากการเปิดสถานะ Short Natural Gas และ Oil ในช่วงต้นปี ขณะที่เดือนกันยายน 2567 มีการเพิ่มน้ำหนักพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น หลังธนาคารกลางญี่ปุ่นส่งสัญญาณไม่เร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย
สำหรับข้อมูล ณ ก.ค. 2569 ระบุว่า Millennium International จัดสรรเงินลงทุนใน Fundamental Equity 34% Fixed Income & Commodities 27% Equity Arbitrage 24% และ Quantitative Strategies 15% ขณะที่แบ่งการลงทุนตามภูมิภาคเป็นอเมริกา 69% ยุโรป 18% และเอเชีย 13%
ขณะที่ในด้านผลการดำเนินงาน Millennium International มีสถิติย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2533 ถึง 31 ก.ค. 2569 โดยสามารถสร้างผลตอบแทนสะสมสุทธิ 10,371% เทียบกับ S&P 500 Total Return Index ที่ 4,318% และ MSCI ACWI Total Return Index ที่ 1,219% ขณะที่ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 13.56% และมีสัดส่วนเดือนที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก 86.33%
ส่วนด้านตัวชี้วัดความเสี่ยงพบว่า Standard Deviation อยู่ที่ 4.31% และ Sharpe Ratio 2.47 ขณะที่ Beta เมื่อเทียบกับ S&P 500 อยู่ที่ 0.07 สะท้อนความสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในระดับต่ำจากข้อมูลย้อนหลัง
ขณะเดียวกันผลการดำเนินงานในช่วงตลาดเผชิญวิกฤติสำคัญยังเป็นอีกข้อมูลที่น่าสนใจ เนื่องจากกองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นเหนือดัชนีหุ้นโลกและดัชนีหุ้นสหรัฐฯ อย่างชัดเจน โดยกองทุนให้ผลตอบแทน 36% ในปี 2543 ช่วงฟองสบู่ดอตคอม 4.92% ในปี 2561 ช่วงสงครามการค้า 25.56% ในปี 2563 ช่วงโควิด-19 และ 12.21% ในปี 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐใช้นโยบายการเงินเข้มงวด ส่วนปี 2551 ช่วงวิกฤติซับไพรม์ กองทุนให้ผลตอบแทน -3.07% แต่ยังสูงกว่าผลตอบแทนของ MSCI ACWI และ S&P 500 ซึ่งติดลบ 43.54% และ 38.49% ตามลำดับ
สำหรับโครงสร้างการลงทุนของกองทุน ASP-MILLENNIUM-UI เป็นการลงทุนแบบส่งผ่าน โดยกองทุนไทยภายใต้การบริหารของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด ลงทุนใน Wellspring GBL Fund - Class O Shares ซึ่งจัดตั้งในหมู่เกาะเคย์แมนและบริหารจัดการโดย Quantum GBL Asset Management ก่อนที่ Wellspring GBL Fund จะลงทุนต่อใน Millennium International
ทั้งนี้ การใช้โครงสร้างดังกล่าวมาจากข้อจำกัดในการเข้าลงทุนโดยตรงใน Millennium International โดย Wellspring GBL Fund เป็นหนึ่งในผู้ลงทุนที่สามารถเข้าถึงกองทุนดังกล่าว จึงทำหน้าที่เป็นช่องทางเชื่อมต่อการลงทุนจากกองทุนไทยไปสู่ Hedge Fund ระดับโลก
Millennium Management ผู้บริหารกองทุน Millennium International ก่อตั้งขึ้นในปี 2532 โดย Israel A. Englander และ Ronald Shear จากจุดเริ่มต้นด้วยเงินทุน 35 ล้านดอลลาร์ ปัจจุบันมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 92,200 ล้านดอลลาร์ มีพนักงานมากกว่า 6,900 คน และทีมบริหารการลงทุนมากกว่า 350 ทีม
สำหรับ กองทุน ASP-MILLENNIUM-UI มีมูลค่าโครงการ 3,730 ล้านบาท เป็นกองทุนผสมและกองทุนรวมฟีดเดอร์ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล และเป็นแบบ Unhedged โดยกองทุนกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 500,000 บาท และครั้งถัดไป 100,000 บาท
นอกจากนี้ ด้วยลักษณะการลงทุนแบบ Multi-Strategy และการเข้าถึง Millennium International ผ่านโครงสร้าง Feeder Fund ทำให้ ASP-MILLENNIUM-UI เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเข้าถึงสินทรัพย์ทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนเฉพาะกลุ่มที่ต้องการกระจายการลงทุนไปยังกลยุทธ์ที่หลากหลาย
อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุน “โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน” ผู้ลงทุน “โปรดขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากบริษัทจัดการก่อนทำการลงทุน เนื่องจากการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน จะมีความแตกต่างจากการลงทุนหรือใช้บริการผลิตภัณฑ์ตลาดทุนทั่วไป” กองทุน ASP-MILLENIUM-UI ไม่ถูกจำกัดความเสี่ยงด้านการลงทุนเช่นเดียวกับกองทุนรวมทั่วไป จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่รับผลขาดทุนระดับสูงได้เท่านั้น กองทุนนี้เสนอขายเฉพาะผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra High Net Worth) เท่านั้น กองทุนไม่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยง จากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไร จากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้





