เมืองไทยประกันชีวิตเปิดตัวประกันบำนาญ ‘Muang Thai Flexi Retire Series’ เพื่อแก้ปัญหาเงินออมไม่เพียงพอในวัยเกษียณ ท่ามกลางการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอดชูผลิตภัณฑ์ใหม่มีความยืดหยุ่นสูง ให้ผู้เอาประกันสามารถเลือกวิธีการจ่ายเบี้ย, วันรับบำนาญ, ปรับเปลี่ยนแผนในอนาคตได้ เชื่อมโยงเงินออมจากกรมธรรม์เข้ากับระบบนิเวศการดูแลผู้สูงอายุ Longevity Ecosystem เปิดทางนำเงินบำนาญไปจ่ายค่าบริการดูแลช่วงสุดท้ายของชีวิต
KEY POINTS
- เมืองไทยประกันชีวิตเปิดตัวประกันบำนาญ ‘Muang Thai Flexi Retire Series’
- เพื่อแก้ปัญหาเงินออมไม่เพียงพอในวัยเกษียณ ท่ามกลางการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด
- ชูผลิตภัณฑ์ใหม่มีความยืดหยุ่นสูง ให้ผู้เอาประกันสามารถเลือกวิธีการจ่ายเบี้ย, กำหนดอายุเริ่มรับบำนาญ, ปรับเปลี่ยนแผนในอนาคตได้
- เชื่อมโยงเงินออมจากกรมธรรม์เข้ากับระบบนิเวศการดูแลผู้สูงอายุ Longevity Ecosystem
- เปิดทางนำเงินบำนาญไปจ่ายค่าบริการดูแล เช่น Nursing Home ได้โดยตรง
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัญหาของคนไทยในปัจจุบันพบว่า 30% ยังมีเงินออมไม่เพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ และมากกว่า 60% มีเงินออมในบัญชีน้อยกว่า 200,000 บาท สะท้อนช่องว่างระหว่างรายได้ที่คาดว่าจะได้รับหลังเกษียณกับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นหรือ Retirement Readiness Gap
ทำให้การวางแผนเกษียณจึงต้องมองมากกว่าการเตรียมเงินไว้ใช้หลังหยุดทำงาน แต่ต้องคำนึงถึงสุขภาพและความสามารถในการพึ่งพาตนเองไปพร้อมกัน เพราะการมีอายุยืนขึ้นควรเป็นการมีชีวิตที่มีคุณภาพ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนปีของชีวิต
ภายใต้โจทย์ดังกล่าวเมืองไทยประกันชีวิตจึงเดินหน้าสร้าง Longevity Ecosystem เพื่อให้การวางแผนเกษียณเชื่อมโยงตั้งแต่การเตรียมความพร้อมทางการเงินไปจนถึงการดูแลสุขภาพ
โดยล่าสุดเปิดตัว Muang Thai Flexi Retire Series แบบประกันบำนาญที่ออกแบบให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถวางแผนการเกษียณให้สอดคล้องกับรูปแบบชีวิตของตัวเอง
จุดสำคัญของผลิตภัณฑ์ใหม่คือ การเปิดทางให้ผู้เอาประกันสามารถเลือกวิธีการจ่ายเบี้ยประกันได้ ทั้งการจ่ายครั้งเดียว จ่ายระยะสั้น 5 ปีหรือจ่ายจนถึงอายุที่กำหนด ได้แก่ 55,60 หรือ 65 ปี ขณะเดียวกัน สามารถเลือกช่วงอายุที่จะเริ่มรับเงินบำนาญได้ตั้งแต่ 55,60,65 หรือ 70 ปี
ไม่เพียงเท่านั้นแผนประกันยังยืดหยุ่นเพราะหากเลือกแผนไปแล้วแต่ภายหลังต้องการเปลี่ยนแผนเกษียณ ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมและไม่ต้องมีการพิจารณารับประกันภัยใหม่ ทำให้รูปแบบการรับเงินสามารถปรับให้สอดคล้องกับแผนชีวิตที่เปลี่ยนไป
นอกจากนี้ ผู้เอาประกันยังสามารถเลือกได้ว่าจะรับเงินบำนาญเป็นรายปีหรือรายเดือน รวมถึงมีทางเลือกในการรับเงินบำนาญที่เพิ่มขึ้นแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในช่วงหลังเกษียณที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และสามารถเลือกรับเงินบำนาญงวดแรกเป็นเงินก้อน 30% ได้
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังมีทางเลือกการพิจารณารับประกันภัยแบบการันตี ไม่ต้องตรวจสุขภาพ และสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาทตามเงื่อนไขที่กำหนด
นอกจากการสร้างเครื่องมือด้านการเงิน เมืองไทยประกันชีวิตยังขยาย Longevity Ecosystem ไปสู่การดูแลผู้สูงอายุโดยผนึกกำลังกับพันธมิตรด้าน Senior Living และ Nursing Homeจำนวน 44 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด สำหรับผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยบำนาญของเมืองไทยประกันชีวิต
ทั้งนี้ เมืองไทยประกันชีวิตยังให้ความสำคัญกับช่วงเวลาที่ผู้สูงอายุไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือเข้าสู่ภาวะติดบ้านและติดเตียง
โดยบริษัทได้ปรับเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันบำนาญทั้งแบบเดิมและแบบใหม่ เพื่อเปิดทางให้ผู้เอาประกันภัยสามารถแสดงเจตนารมณ์ล่วงหน้าในการนำเงินบำนาญหรือเงินออมไปใช้กับบริการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง เช่น Home Care, Nursing Home และ Senior Living ได้โดยตรง เพื่อลดภาระของครอบครัว และเพิ่มทางเลือกในการจัดการชีวิตหลังเกษียณ
โดยบริษัทคาดว่าในไตรมาส 1 ปี 2570 แผนดังกล่าวจะขยายไปสู่แบบประกันสะสมทรัพย์ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพอร์ตธุรกิจขนาดใหญ่ของบริษัท โดยมีมูลค่า 40,000-50,000 ล้านบาท เพื่อเปิดโอกาสให้เงินออมจากกรมธรรม์สามารถนำมาใช้สนับสนุนการดูแลผู้เอาประกันในช่วงที่มีความจำเป็นได้
นายสาระ มองว่าการยกระดับ Longevity Ecosystem ควบคู่กับการเปิดตัว Muang Thai Flexi Retire Series และการผนึกกำลังกับพันธมิตร ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ แต่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการวางแผนเกษียณ เพื่อให้ลูกค้ามีความมั่นคงทางการเงินและสุขภาพในทุกช่วงชีวิตได้
โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด
สุดท้ายแล้ว ปลายทางที่เมืองไทยประกันชีวิตต้องการเห็น คือการที่การมีอายุยืนยาวไม่ใช่เพียงการมีจำนวนปีของชีวิตเพิ่มขึ้น แต่เป็นการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ มีความอุ่นใจ มีความมั่นคงทางการเงิน สามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุได้ และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในแต่ละช่วงของชีวิต





