ราคาทองคำโลก พุ่งกว่า 2% เมื่อคืน โดยได้รับแรงหนุนจากดอลลาร์อ่อน–ราคาน้ำมันดิบลดลง ราคาทองคำสวนทางกับราคาน้ำมัน
KEY POINTS
- ราคาทองคำโลกปรับตัวสูงขึ้นกว่า 2% โดยได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าและราคาน้ำมันที่ลดลง
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ ทำให้ทองคำมีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อที่ใช้สกุลเงินอื่น
- ราคาน้ำมันดิบร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและหนุนราคาทองคำ
รอยเตอร์ รายงานว่า ราคาทองคำโลก ปรับขึ้นมากกว่า 2% ในวันพฤหัสบดี (17 ก.ย. 69) ดีดตัวจากระดับต่ำสุดรอบเกือบหกสัปดาห์ในวันก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงและดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่า ขณะที่นักลงทุนประเมินผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) เพิ่มขึ้น 2.3% มาอยู่ที่ 4,360.36 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 13:45 น. ตามเวลานิวยอร์ก (17:45 น. GMT)
ราคาทองฟิวเจอร์สหรัฐ ส่งมอบเดือนธันวาคมปิดบวก 0.3% ที่ 4,399.70 ดอลลาร์
“ช่วงนี้ราคาทองผูกกับความสัมพันธ์เชิงผกผันกับราคาพลังงานค่อนข้างใกล้ชิด เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ราคาพลังงานปรับตัวลงแรงพอสมควร ดังนั้นราคาพลังงานที่ลดลงนี่เองที่ช่วยลดแรงกดดันต่อทองคำ” เดวิด เมเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทรดโลหะของ High Ridge Futures กล่าว
ราคาน้ำมันดิบร่วงต่อเป็นวันที่สอง แตะระดับต่ำสุดรอบหนึ่งสัปดาห์จากความกังวลเรื่องอุปทานที่ลดลง ขณะที่ดัชนีดอลลาร์อ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดรอบเจ็ดสัปดาห์ ทำให้ทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์มีต้นทุนถูกลงสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น
บอนด์ยีลด์ย่อลง ดันตลาดทองคำ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ก็ปรับลดลงเช่นกัน โดยปกติยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่สูงขึ้นจะบั่นทอนความน่าดึงดูดของทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย
เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อวันพุธ และส่งสัญญาณว่าจะมีการขึ้นเพิ่มในช่วงเดือนข้างหน้า โดยประธานเฟด เควิน วอร์ช เข้าร่วมมติเป็นเอกฉันท์ ซึ่งในทางหนึ่งสะท้อนว่ารัฐบาลทรัมป์ยังไม่สามารถควบคุมเงินเฟ้อได้ตามที่ผู้กำหนดนโยบายกังวลว่าอาจลุกลาม
ตามข้อมูลจากเครื่องมือติดตามเฟด FedWatch ของ CME ปัจจุบันผู้ค้าให้น้ำหนักราว 51% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้นจากเกือบ 44% เมื่อวันก่อนหน้า
แม้ทองคำจะถือเป็นสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ แต่สภาพแวดล้อมดอกเบี้ยสูงมักลดทอนความน่าสนใจของทองคำ เพราะทำให้สินทรัพย์ที่ให้ดอกผลดูน่าลงทุนมากกว่า
“การขาดดุลการคลังที่เพิ่มขึ้น ภาระหนี้ที่สูงขึ้น การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐในที่สุด และมุมมองของเราที่คาดว่าเฟดจะกลับมาผ่อนคลายนโยบายในปีหน้า น่าจะช่วยหนุนราคาทองคำได้แม้จะมีความผันผวนระยะสั้น” UBS ระบุในบันทึกวิจัย
ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) คงดอกเบี้ยไว้เมื่อวันพฤหัสบดี ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นคาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดในรอบ 31 ปีในวันศุกร์ และส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าดันต้นทุนการกู้ยืมให้สูงขึ้นต่อไป ด้านโลหะมีค่าชนิดอื่น
- ราคาแพลทินัมตลาดสปอต ปรับขึ้น 1.8% สู่ 1,783.69 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ราคาโลหะเงินตลาดสปอต พุ่ง 4.2% แตะ 65.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ราคาแพลเลเดียม บวก 1.6% สู่ 1,289.45 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อัปเดตราคาเช้าวันศุกร์ (18 ก.ย. 69)
- ทองคำสปอตปรับขึ้น 0.2% มาอยู่ที่ 4,351.96 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 8:12 น. ที่สิงคโปร์
- เงินปรับขึ้น 0.4% มาอยู่ที่ 65.51 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังพุ่งขึ้น 3.6% ในวันก่อนหน้า
- แพลทินัมและแพลเลเดียมขยับขึ้นเล็กน้อย
- ดัชนี Bloomberg Dollar Spot ซึ่งเป็นตัววัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แทบไม่เปลี่ยนแปลง หลังอ่อนลง 0.1% ในวันก่อนหน้า
บลูมเบิร์กระบุว่า ทองคำยังทรงตัวในแดนบวกเมื่อสัปดาห์ที่ผันผวนใกล้ปิดฉากลง โดยได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 และราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยคลายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ
ทองคำแท่งซื้อขายบริเวณ 4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากปรับขึ้นเกือบ 2% ในวันพฤหัสบดี ช่วยชดเชยการร่วงลงส่วนใหญ่จากสามวันก่อนหน้า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับลดลงในทุกช่วงอายุ หลังจากพุ่งขึ้นในทันทีหลังมติเป็นเอกฉันท์ของเฟดเมื่อวันพุธที่ให้ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวช่วยลดแรงกดดันต่อทองคำ ซึ่งโดยปกติจะทำผลงานได้แย่กว่าเมื่อยีลด์พันธบัตรอยู่ในระดับสูง เพราะทองคำไม่มีดอกผล





