ราคาทองคำโลกทรงตัวใกล้ 4,400 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่นักค้าทองชั่งน้ำหนักทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์
KEY POINTS
- ราคาทองคำทรงตัวใกล้ระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางปัจจัยบวกลบที่ขัดแย้งกัน
- ปัจจัยกดดันราคาคือความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจกระตุ้นเงินเฟ้อและทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ย
- ปัจจัยหนุนราคาคือการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับเงินเยน ซึ่งช่วยพยุงราคาทองคำไว้
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองคำโลกทรงตัวใกล้ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่นักเทรดชั่งน้ำหนักผลกระทบทั้งจากความตึงเครียดระลอกใหม่ในตะวันออกกลาง และการอ่อนค่าของดอลลาร์เทียบกับเงินเยน
ทองคำแท่ง (bullion) แทบไม่เปลี่ยนแปลงในช่วงเปิดตลาดวันอังคาร (8 ก.ย. 69) หลังจากปรับลดไปแล้ว 1.5% ตลอดสองวันที่ผ่านมา การปะทะกันครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐและอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้น และเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ขณะที่ผู้ค้าในตลาดกำลังกำหนดราคาโดยให้น้ำหนักราว 60% ต่อโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า
แนวโน้มดอกเบี้ยสูงกดดันตลาด
นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นโดยทั่วไปถือเป็นแรงกดดันต่อทองคำซึ่งไม่มีดอกผล ตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคที่มีกำหนดประกาศปลายสัปดาห์นี้ถูกคาดหวังว่าจะให้สัญญาณสำคัญต่อการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมวันที่ 14–15 ก.ย.
ดอลลาร์อ่อนค่าหนุนตลาดทองคำ
อีกด้านหนึ่ง ปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองคือค่าเงินดอลลาร์ที่ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเมื่อเทียบกับเงินเยนนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยปกติทองคำแท่งจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับค่าเงินดอลลาร์ และเมื่อดอลลาร์อ่อนค่าลง ทองคำที่ตั้งราคาด้วยดอลลาร์จะดูแข่งขันได้มากขึ้นสำหรับผู้ซื้อส่วนใหญ่
ตั้งแต่ดีดตัวขึ้นจากโซนใกล้ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเดือนกรกฎาคม ราคาทองคำได้ตั้งหลักอยู่ในกรอบค่อนข้างแคบ โดยโลหะชนิดนี้แกว่งไปมาทั้งเหนือ–ใต้ระดับ 4,400 ดอลลาร์ ขณะที่นักเทรดยังคงปรับมุมมองต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายของเฟดอยู่เรื่อย ๆ
แม้จะมีแรงกดดันในระยะสั้น แต่นักลงทุนจำนวนไม่น้อยกำลังเดิมพันว่าราคาทองจะค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นอีกครั้ง เมื่อมันกลับมาแสดงบทบาทในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (hedge) แบบดั้งเดิมในพอร์ตลงทุน การกลับมาเข้าซื้อของธนาคารกลาง และกระแสการลงทุนในสิ่งที่เรียกว่า “debasement trade” (ลงทุนในสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสื่อมค่าของเงิน) ชวนให้นึกถึงการปรับขึ้นอย่างร้อนแรงที่เคยผลักราคาทองขึ้นไปใกล้จุดสูงสุดประวัติการณ์บริเวณ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเดือนมกราคม และผู้จัดการกองทุนรายใหญ่ระดับโลกจำนวนหนึ่งก็กลับมาเพิ่มน้ำหนักการถือครองทองคำในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
อัปเดตราคาเช้าวันอังคาร (8 ก.ย. 69) ทองปรับขึ้น
- ทองคำสปอตปรับขึ้น 0.7% มาอยู่ที่ 4,434.02 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 9:42 น. ตามเวลาสิงคโปร์
- โลหะเงินปรับขึ้น 1% สู่ระดับ 66.88 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แพลทินัมและแพลเลเดียมก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน
- ดัชนี Bloomberg Dollar Spot ซึ่งเป็นตัวชี้วัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับลดลง 0.1% หลังจากร่วงไปแล้ว 0.2% เมื่อวันจันทร์
ราคาทองคำขยับขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับเงินเยน ทำให้ทองคำที่ตั้งราคาเป็นดอลลาร์ดูมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้นสำหรับผู้ซื้อจำนวนมาก
ทองคำสปอตปรับขึ้นมากสุดราว 0.7% ทะลุระดับ 4,435 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลบการขาดทุนจากวันก่อนหน้าออกหมด ขณะเดียวกัน ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นกำลังเข้าใกล้ระดับแข็งค่าที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในรอบปีนี้ ต่อเนื่องจากแรงซื้อที่เริ่มมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว จากการคาดการณ์เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะขึ้นดอกเบี้ย โดยปกติแล้วทองคำแท่งมักเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ





