วันศุกร์ ที่ 18 กันยายน 2569

Login
Login

โบรกเกอร์ชี้ ‘ภาษีชิป’ กระทบจำกัด ‘กลุ่มอิเล็กฯ’ รับดีมานด์ ‘AI’ หนุน

“ภาษีชิป” สหรัฐเพิ่มแรงกดดันการค้าโลก แต่โบรกเกอร์มองกระทบอิเล็กทรอนิกส์ไทยจำกัด เหตุดีมานด์ AI และ Data Center ยังโตต่อเนื่อง พร้อมเปิดโอกาสไทยรับช่วงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงาน ชู DELTA-HANA เด่น

KEY POINTS

  • นักวิเคราะห์ประเมินว่านโยบายภาษีเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐ ที่อาจเกิดขึ้น จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยในวงจำกัด
  • ผลกระทบคาดว่าจะไม่รุนแรง เนื่องจากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นสินค้าจำเป็นสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และ Data Center ซึ่งมีความต้องการใช้งานที่แข็งแกร่งและต่อเนื่อง
  • กลุ่มหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไทยยังคงได้รับแรงหนุนสำคัญจากความต้องการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากการลงทุนใน AI และ Data Center ของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก
  • แม้มีความเสี่ยงจากภาษี แต่ไทยยังมีโอกาสได้รับประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยเฉพาะความต้องการด้านระบบพลังงานและไฟฟ้า
  • หุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ชัดเจนจากเทรนด์ AI และ Data Center คือ DELTA และ HANA ซึ่งมีผลิตภัณฑ์เชื่อมโยงโดยตรงกับอุตสาหกรรมดังกล่าว

หุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไทยยังได้แรงหนุนจากกระแส AI และ Data Center แต่ทว่าเริ่มเผชิญความเสี่ยงจากนโยบายการค้าของสหรัฐ หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” เดินหน้าผลักดันมาตรการภาษีเซมิคอนดักเตอร์ หวังดึงฐานการผลิตกลับสหรัฐ และลดพึ่งพาการนำเข้า ขณะที่นักวิเคราะห์มองผลกระทบต่อไทยจำกัด

โบรกเกอร์ชี้ ‘ภาษีชิป’ กระทบจำกัด ‘กลุ่มอิเล็กฯ’ รับดีมานด์ ‘AI’ หนุน

“วทัญ จิตต์สมนึก” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า นโยบายภาษีสหรัฐมีเป้าหมายลดการขาดดุลการค้า และจูงใจผู้ผลิตย้ายฐานกลับประเทศ ท่ามกลางความต้องการชิ้นส่วนจากการลงทุนด้าน AI และ Data Center ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ โดยมีเกาหลีใต้ และไต้หวัน เป็นแหล่งนำเข้าสำคัญ

สำหรับไทยยังไม่มีความชัดเจนว่าสหรัฐจะขึ้นภาษีกับไทยหรือไม่ แต่หากมีการประกาศใช้มาตรการจริง ไทยอาจได้รับผลกระทบบ้าง โดยเฉพาะบริษัทที่มีธุรกิจเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม AI ในสัดส่วนสูง เช่น Delta ซึ่งมีการส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในสหรัฐ และผลิตภัณฑ์มีความเกี่ยวข้องกับระบบ AI

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าผลกระทบโดยรวมต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไม่น่าจะรุนแรงมากนัก เนื่องจากชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี และไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้งานได้

ปัจจุบัน AI และ Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเศรษฐกิจดิจิทัล แม้ภาษีเพิ่มต้นทุน และกดดันห่วงโซ่อุปทาน แต่ดีมานด์ชิ้นส่วนยังแกร่ง ทำให้ผู้ประกอบการยังจำเป็นต้องใช้งานต่อเนื่อง จึงคาดผลกระทบต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทยจะอยู่ในระดับจำกัด

“ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์” หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออกไทย โดยเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานกับสหรัฐ จีน และไต้หวัน หลายบริษัทสหรัฐ ใช้ไทยเป็นฐานประกอบชิ้นส่วนที่นำเข้าจากจีน และไต้หวัน ก่อนส่งออกกลับไปสหรัฐ

ทั้งนี้ หากสหรัฐขึ้นภาษีเซมิคอนดักเตอร์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติม อาจกระทบย้อนกลับไปยังบริษัทสหรัฐเองที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลไทยเดินหน้าเจรจากับสหรัฐ โดยชี้ว่าผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในไทยมีความเชื่อมโยงกับบริษัทสหรัฐ โดยตรง ขณะที่ผลกระทบต่อการส่งออกไทยจะขึ้นอยู่กับระดับภาษี และการเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่ง

อย่างไรก็ดี หากสหรัฐปรับขึ้นภาษีทุกประเทศในระดับใกล้เคียงกัน แม้กระทบการค้าโลกโดยรวม แต่ไทยจะไม่เสียเปรียบด้านการแข่งขันมากนัก

สำหรับด้านการลงทุน มองหุ้นอิเล็กทรอนิกส์มีบทบาทหนุนหุ้นไทย และส่งออกไทย แต่ Valuation หลายตัวอยู่ในระดับสูง จึงไม่แนะนำให้ถือเป็นพอร์ตหลัก ควรจัดเป็น Satellite Port และเน้นเล่นเป็นรอบ พร้อมระวังความผันผวนจากข่าวภาษีสหรัฐ ขณะเดียวกัน แนะนำเพิ่มน้ำหนักหุ้นกลุ่ม Domestic Demand เป็นพอร์ตหลัก เพื่อรับโอกาสเม็ดเงิน และกิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และลดความเสี่ยงจากส่งออก และสงครามการค้า

“กรรณ์ หทัยศรัทธา”, IAA, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวว่า การขึ้นภาษีเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐ เป็นส่วนหนึ่งของสงครามการค้า และการกีดกันทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยมีเป้าหมายผลักดันการย้ายฐานการผลิตกลับประเทศแต่แนวโน้มดังกล่าวยังสะท้อนว่า ดีมานด์เซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกยังแข็งแกร่ง จากการเติบโตของ AI และ Data Center

สำหรับไทย แม้เสี่ยงได้รับผลกระทบจากภาษี แต่ยังมีโอกาสได้ประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะความต้องการใช้ไฟฟ้า และระบบพลังงานสำหรับ AI ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในปี 2569-2571

สำหรับหุ้นไทยที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนจากแนวโน้มดังกล่าว ได้แก่ DELTA และ HANA เป็นหุ้นเด่นที่ได้อานิสงส์จากการเติบโตของ AI และ Data Center โดย DELTA มีจุดแข็งด้านระบบจ่ายไฟและระบายความร้อนสำหรับ Data Center ขณะที่ HANA ได้อานิสงส์จากธุรกิจ Silicon Carbide และเซมิคอนดักเตอร์ด้านพลังงาน ซึ่งผลขาดทุนในไตรมาส 2 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนสัญญาณฟื้นตัว

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์