วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘คนไทย’ แห่ผ่อนยาวเซฟเงินสด ‘กรุงศรีคอนซูมเมอร์’ ชี้ดัน ‘ยอดผ่อนผ่านบัตร’ พุ่ง

“กรุงศรีคอนซูมเมอร์” รับเศรษฐกิจผันผวน ค่าใช้จ่ายพุ่ง ส่งผลคนหันเลือกผ่อนชำระยาวผ่านบัตรเครดิตมากขึ้น สะท้อนสภาพคล่องตึงตัว ต้องการเซฟเงินสด ปักหมุดหันเพิ่มรายได้สินเชื่อส่วนบุคคล ตั้งเป้า 3 ปี สัดส่วนแตะ 40% จากปัจจุบัน 30% เพื่อหนุนธุรกิจเติบโต

‘คนไทย’ แห่ผ่อนยาวเซฟเงินสด ‘กรุงศรีคอนซูมเมอร์’ ชี้ดัน ‘ยอดผ่อนผ่านบัตร’ พุ่ง ‘คนไทย’ แห่ผ่อนยาวเซฟเงินสด ‘กรุงศรีคอนซูมเมอร์’ ชี้ดัน ‘ยอดผ่อนผ่านบัตร’ พุ่ง แม้เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกจะเผชิญความผันผวนจากหลายปัจจัย แต่ “กรุงศรี คอนซูมเมอร์” ยังสามารถสร้างการเติบโตได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ พร้อมรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม แม้เผชิญกับพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

“อธิศ รุจิรวัฒน์” ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้าน กรุงศรีคอนซูมเมอร์ ผู้นำบริการด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล กล่าวว่า ภาพพูดถึงภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้ ถือว่ามีความผันผวนสูงเปรียบเสมือนการนั่ง “รถไฟเหาะ” ที่ขึ้นสุดลงสุดเหวี่ยงตลอดเวลา และคาดเดาอะไรได้ยากมากขึ้น

โดยช่วงต้นปีได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ส่งผลให้จีดีพีขยายตัวได้ดีในไตรมาสแรก แต่เมื่อเข้าสู่ไตรมาส2 เศรษฐกิจเริ่มได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และจากผลกระทบสงครามอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากขึ้น

แต่ในมุม “กรุงศรี คอนซูมเมอร์” ถือว่าทำได้ดีในช่วง 6 เดือนเติบโตดีกว่าที่คาดเกือบทุกด้าน โดยมียอดบัญชีลูกค้าใหม่ 284,100 บัญชี เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเกือบ 200,000 ล้านบาท เติบโต 3% ขณะที่ยอดสินเชื่อใหม่อยู่ที่ประมาณ 40,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4%

ส่วน “ยอดหนี้คงค้าง” อยู่ที่ 134,200 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1% เนื่องจากลูกค้าเร่งชำระคืนหนี้และระมัดระวังการก่อหนี้ใหม่มากขึ้น
ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ บริษัทสามารถรักษาระดับ “หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้” (NPL) ได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดอย่างชัดเจน

โดยธุรกิจบัตรเครดิตมี NPL อยู่ที่ 1.1% เทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 2.1% ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลมี NPLอยู่ที่ 2.0% ลดลงจาก 2.2% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่ 3.7%

ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน อัตราหนี้เสียโดยทั่วไปมักปรับเพิ่มขึ้น แต่กรุงศรีคอนซูมเมอร์ เน้นการเติบโตในธุรกิจด้านการชำระเงินมากกว่าสินเชื่อเงินสด จึงช่วยรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตและการบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

อย่างไรก็ตาม หากดูพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรพบว่า เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยพบว่าผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น การออกนอกบ้านมีโอกาสใช้เงินสูงกว่า ส่งผลให้ยอดใช้จ่ายในร้านอาหารลดลง แต่การสั่งอาหารผ่านบริการดิลิเวอรีกลับเพิ่มขึ้น

ใน “ตลาดอีคอมเมิร์ซ” ผู้เล่นหลัก อย่าง Shopee และ Lazada ยังคงมีการใช้จ่ายต่อครั้งและการใช้จ่ายต่อคนเพิ่มขึ้นจากระดับหลักร้อยเป็นหลักพันบาท และพบว่ายังพบการเติบโตโดดเด่นจากความถี่ในการใช้งานและการเพิ่มขึ้นของลูกค้าใหม่มากขึ้น
อีกหนึ่งพฤติกรรมที่เห็นได้ชัดคือ

ความต้องการผ่อนชำระผ่านบัตรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ในหมวดสินค้าที่เดิมนิยมชำระเต็มจำนวน
โดยหมวดท่องเที่ยวมียอดใช้จ่ายปกติเติบโต 4% แต่ลูกค้ามาขอปรับยอดเปลี่ยนเป็นผ่อนชำระเพิ่มขึ้นถึง 24% หรือสูงกว่ายอดใช้จ่ายปกติถึง 5 เท่า ขณะที่หมวดสุขภาพและความงาม ยอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 9% แต่ยอดขอผ่อนชำระเพิ่มขึ้น 20% ส่วนหมวดสัตว์เลี้ยง ยอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 7% แต่ยอดขอผ่อนชำระเพิ่มขึ้น 11%

“พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนว่าผู้บริโภคต้องการบริหารกระแสเงินสดและลดภาระการจ่ายเงินก้อนใหญ่ เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน”

สำหรับทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทตั้งเป้ายอดบัญชีลูกค้าใหม่ทั้งปีไว้ที่ 627,000 บัญชีเติบโต 9% และยอดใช้จ่ายผ่านบัตร 420,000 ล้านบาท เติบโต 6% สินเชื่อใหม่ 98,000 ล้านบาทเติบโต 4% และสินเชื่อคงค้างที่ 147,000 ล้านบาท เติบโต 3%

ซึ่งต้องยอมรับว่าเป้าหมายการเติบโตที่ตั้งไว้อาจไปไม่ถึงเป้าหมาย จากผลประกอบการครึ่งปีแรกทำได้ประมาณ 3-4% แต่หากจะให้ถึงเป้าหมายทั้งปีที่ 6% รวมถึงยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่ 9% และเป้าการหาลูกค้าใหม่จะต้องทำผลงานในไตรมาสที่เหลือให้ได้เกือบ 2 เท่าของไตรมาสแรก

อีกทั้งปีนี้มีปัจจัยความไม่แน่นอนสูงทั้งสถานการณ์สงคราม และสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยที่มีความซับซ้อนทำให้ต้องระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

สำหรับปัจจุบันสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลกรุงศรี คอนซูมเมอร์อยู่ที่ 30% ขณะที่บัตรเครดิตอยู่ที่ 70% ซึ่งบริษัทจึงมีแนวคิดที่จะปรับทิศทางไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ลงทุนน้อยกว่าแต่สร้างกำไรได้มากกว่า โดยตั้งเป้า “ปรับพอร์ต” ให้สมดุลมากขึ้นบนพอร์ตบัตรเครดิตที่ 60% และสินเชื่อบุคคล(พีโลน)เป็น 40% ภายใน 3ปีข้างหน้า

“เราอยากจะโตในส่วนที่เป็นพีโลนให้มันได้จนมันลงมาเหลือสัก 60 ต่อ 40 แต่เป้าหมายนี้ต้องอาศัยการเติบโตของสินเชื่อส่วนบุคคลที่สูงมาก เพราะพอร์ตบัตรเครดิตเองก็เติบโตอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นคาดหวังว่าจะเห็นสัดส่วนนี้เกิดขึ้นจริงภายใน 3 ปี”

ส่วนภาพรวมการแข่งขันในตลาดสินเชื่อว่า ปัจจุบันมีลักษณะคล้าย “Multiverse” เนื่องจากมีผู้ประกอบการทั้งที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านการพิจารณาวงเงินและความสามารถในการชำระหนี้อย่างเข้มงวด และผู้ประกอบการที่อยู่นอกกรอบการกำกับดูแล ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนเลือกใช้บริการจากความสะดวกโดยอาจไม่ได้พิจารณาความแตกต่างของเงื่อนไขหรือระดับการคุ้มครอง

ส่วนทิศทางของธุรกิจ Buy Now Pay Later (BNPL) นั้น ในส่วนของบริษัทยังไม่สนใจในการดำเนินธุรกิจดังกล่าว เนื่องจากมองว่าการปล่อยสินเชื่อปัจจุบัน ภายใต้ผ่อนชำระ 0% ก็ไม่ได้แตกต่างกับ BNPL

อีกทั้ง การแข่งขันในระยะยาวจะเหลือผู้เล่นที่สามารถสร้างความร่วมมือระหว่างธุรกิจสินเชื่อกับแพลตฟอร์มต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือมี Synergy ที่แข็งแกร่งเท่านั้น เพราะหากดำเนินธุรกิจเพียงฟังก์ชันการผ่อนชำระโดยไม่มีฐานลูกค้าหรือขนาดธุรกิจที่เพียงพอ ก็จะมีความยากลำบากในการแข่งขันและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

ท่ามกลางปัจจัยท้าทายดังกล่าว กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโต โดยมุ่งพัฒนานวัตกรรมด้านการชำระเงินและสินเชื่อรูปแบบใหม่ เพื่อยกระดับประสบการณ์ทางการเงินและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล

ขณะเดียวกัน บริษัทจะเดินหน้าผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อนำเสนอแคมเปญและโปรโมชันที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้จ่ายในหมวดสินค้าหลัก กระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคและสร้างการเติบโตร่วมกับพันธมิตร โดยเตรียมต่อยอดความร่วมมือภายในเครือกรุงศรี เพื่อขยายการเติบโตทั้งธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจนายหน้าประกันภัย และการรุกตลาดลูกค้ากลุ่ม Wealth รวมถึงยกระดับผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตสำหรับลูกค้าองค์กร เพื่อเสริมศักยภาพการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่องในระยะยาว